สถานที่ทำงาน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เราจะใช้เวลากับมันมากถึงมากที่สุด จึงควรให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่ตรงนี้ให้ดี และมีบรรยากาศ เหมาะกับการสร้างสรรค์งานคุณภาพ จะว่าไปก็ควรให้ดีทั้งกับการผลิตงานและดีต่อสุขภาพด้วย ส่วนต่าง ๆ ที่ควรนำมาพิจารณาได้แก่
จัดตำแหน่งโต๊ะทำงานให้ดี
ควรหันหน้าโต๊ะทำงานออกไปหาประตู จะให้ความรู้สึกต้อนรับผู้มาเยือนได้ดีกว่าการหันข้างอีกด้วย ห้องทำงานควรมีแสงสว่างภายนอกส่องเข้ามาได้ หากพึ่งแต่แสงจากหลอดนีออน อย่างเดี่ยวจะทำให้สายตาล้าได้ และเกิดความเครียดสะสมมาก โดยเฉพาะกับงานที่ต้องใช้สายตามาก ๆ เช่น งานศิลปะ การออกแบบ กราฟฟิกดีไซน์ หรืองานที่ต้องจ้องหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ เช่น งานแปลเอกสาร หรือการออกแบบเว็บไซต์
แป้นพิมพ์และเมาส์
ควรลงทุนกับแป้นพิมพ์และเมาส์ โต๊ะที่ใช้วางคอมพิวเตอร์ควรจะถูกหลักสรีระศาสตร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมือและแขนได้รับบาดเจ็บ เพราะข้อเท็จจริงก็คือ มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์มากมายที่ประสบปัญหาเจ็บป่วยจากอาการปวดข้อมือ ปวดหลังที่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ในท่าเดิม ๆ มากจนเกินไป หากป้องกันได้ย่อมดีกว่าการตามรักษา
นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับควรทำอื่น ๆ สำหรับที่ทำงานอีกด้วย เช่น
ควรล็อกห้องทำงานไว้เสมอ
ข้อเสนอนี้ควรทำตามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าคุณทำงานที่บ้าน มีเด็ก ๆ หรือสัตว์เลี้ยง เพราะมีโอกาสมากทีเดียวที่งานซึ่งใกล้จะเสร็จหายไปต่อหน้าต่อตา หมาน้อยของคุณอาจจะขย้ำงานที่เพิ่งทำเสร็จ ลูกอาจจะเดินไปรีเซ็ต เครื่องคอมพิวเตอร์หรือทำน้ำหกรดคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ป้องกันได้ครับ ด้วยการล็อกห้องทำงานไว้เสมอ เมื่อคุณไม่อยู่ในห้อง
ห้องทำงานต้องมีแสงเพียงพอ
ถ้าห้องทำงานมีขนาดเล็ก หรือมีหน้าต่างไม่มากนัก ลองหากกระจกมาแขวนใกล้ ๆ กับหน้าต่าง เพื่อเพิ่มแสง และยังช่วยให้ห้องดูโปร่ง กว้างขึ้นกว่าความเป็นจริงได้อีกด้วย
จัดห้องทำงาน อย่าให้รกรุงรัง
อย่างที่บอกว่า ห้องทำงาน ที่ทำงาน คือสถานที่ที่เราจะใช้เวลาอยู่กับมันมากที่สุด ดังนั้นเราควรใช้เวลาส่วนหนึ่งจัดระเบียบให้กับข้าวของ เอกสาร กระดาษรีไซเคิล เช่นเดียวกัน ถ้ามีอุปกรณ์อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน พยายามนำมันออกไปจากห้องเสีย เพื่อให้ห้องทำงานบรรยากาศดี และน่าทำงาน
หาบอร์ดติดเอกสาร หรือไวท์บอร์ดมาใช้
ลองมองหาคอร์กบอร์ดสำหรับติดบันทึกย่อ ติดเอกสาร หรือไวท์บอร์ดมาใช้ประโยชน์ในห้องทำงาน นอกจากจะช่วยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้ลุกจากเก้าอี้ไปจัดการเขียนบันทึก จัดการเขียนหรือลบข้อมูลเป็นระยะได้ในตัว...
อยากเป็นฟรีแลนซ์ หรือกำลังจะก้าวสู่การเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพ ควรเริ่มต้นยังไง? ฟรีแลนซ์มีแบบไหนบ้างล่ะ? ฟรีแลนซ์มืออาชีพเขาทำงานกันยังไง? แนวทางการหางานของฟรีแลนซ์ล่ะ ทำยังไง? ฟรีแลนซ์เขาทำงานกันเวลาไหนบ้าง? แล้วสังคมฟรีแลนซ์ล่ะ เป็นยังไง? จะเริ่มต้นอย่างไรกับการเป็นฟรีแลนซ์? อาชีพฟรีแลนซ์มีอะไรบ้างล่ะ? ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อยากเป็นฟรีแลนซ์ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองศึกษาดูก่อนดีไหม? เพราะที่ step2freelancer เขามีคำแนะนำดี ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานฟรีแลนซ์ อย่ามัวช้า คลิกไปดูกันเลย....
Showing posts with label โครงสร้างธุรกิจ. Show all posts
Showing posts with label โครงสร้างธุรกิจ. Show all posts
อย่าลืมแผนธุรกิจ
แผนธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ของฟรีแลนซ์ที่เพิ่งเริ่มต้น ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ หลายคนอาจแย้งว่า งานฟรีแลนซ์ยังต้องทำแผนธุรกิจด้วยหรือ เราตอบว่า ใช่เลย เพราะเราไม่ได้หมายถึงแผนธุรกิจเล่มหนาปึ้กเป็นร้อย ๆ หน้า อย่างธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ใช่แผนธุรกิจที่มีการคาดการณ์สภาวะใน 5 ปีข้างหน้า
สาเหตุที่แนะนำให้เขียนแผนธุรกิจ ก็คือ การจะได้ใช้โอกาสทบทวน คิดซ้ำ เกี่ยวกับธุรกิจที่คุณจะทำงานฟรีแลนซ์ และเป็นโอกาสสำหรับจะได้ทบทวนถึงโอกาสของปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ อีกครั้ง
อะไรคือแผนธุรกิจ
เราหมายถึงเอกสารที่ครอบคลุมเนื้อหาต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
แผนผังองค์
ประกอบด้วย รายละเอียดสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับช่องทางรายได้ บริการ อัตราค่าบริการ ราคาสินค้า ใครคือกลุ่มเป้าหมายของเรา รวมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ชื่อธุรกิจ ที่ตั้ง ฯลฯ
แผนการตลาด
ในส่วนนี้จะมีข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับแนวทางการคิดค่าบริการ หรือข้อมูลราคาสินค้า/ผลิตภัณฑ์ของคุณ จำนวนเวลาทำงานต่อสัปดาห์ วันหยุด ค่าใช้จ่าย ในส่วนต่าง ๆ ต่อปี และวิธีการจะบริหารจัดการการเงินให้ดำเนินงานต่อไปได้หากทำได้ ควรวางแผนการเงินให้เป็นแผนทั้งปี เพื่อให้เห็นภาพรวม และจะได้สามารถวิเคราะห์และวางแผนการเงินได้ละเอียดรอบคอบทั้งแผนรายรับ และรายจ่าย นำไปสู่การคิดวางแผนกระแสเงินสด (cash flow) ที่ดี
การหากเวลาและโอกาสอ่านหนังสือต่าง ๆ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแผนธุรกิจบ้างเป็นสิ่งที่ดี แม้ว่าหนังสือกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาจพูดถึงแผนธุรกิจสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ก็ตาม ใช้เวลากับส่วนนี้พอประมาณก็พอ ไม่ใช่เสียเวลามากจนไม่ได้เริ่มต้นก้าวไปสู่อาชีพฟรีแลนซ์มืออาชีพอย่างที่มุ่งหวัง...
สาเหตุที่แนะนำให้เขียนแผนธุรกิจ ก็คือ การจะได้ใช้โอกาสทบทวน คิดซ้ำ เกี่ยวกับธุรกิจที่คุณจะทำงานฟรีแลนซ์ และเป็นโอกาสสำหรับจะได้ทบทวนถึงโอกาสของปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ อีกครั้ง
อะไรคือแผนธุรกิจ
เราหมายถึงเอกสารที่ครอบคลุมเนื้อหาต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
แผนผังองค์
ประกอบด้วย รายละเอียดสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับช่องทางรายได้ บริการ อัตราค่าบริการ ราคาสินค้า ใครคือกลุ่มเป้าหมายของเรา รวมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ชื่อธุรกิจ ที่ตั้ง ฯลฯ
แผนการตลาด
ในส่วนนี้จะมีข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับแนวทางการคิดค่าบริการ หรือข้อมูลราคาสินค้า/ผลิตภัณฑ์ของคุณ จำนวนเวลาทำงานต่อสัปดาห์ วันหยุด ค่าใช้จ่าย ในส่วนต่าง ๆ ต่อปี และวิธีการจะบริหารจัดการการเงินให้ดำเนินงานต่อไปได้หากทำได้ ควรวางแผนการเงินให้เป็นแผนทั้งปี เพื่อให้เห็นภาพรวม และจะได้สามารถวิเคราะห์และวางแผนการเงินได้ละเอียดรอบคอบทั้งแผนรายรับ และรายจ่าย นำไปสู่การคิดวางแผนกระแสเงินสด (cash flow) ที่ดี
การหากเวลาและโอกาสอ่านหนังสือต่าง ๆ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแผนธุรกิจบ้างเป็นสิ่งที่ดี แม้ว่าหนังสือกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาจพูดถึงแผนธุรกิจสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ก็ตาม ใช้เวลากับส่วนนี้พอประมาณก็พอ ไม่ใช่เสียเวลามากจนไม่ได้เริ่มต้นก้าวไปสู่อาชีพฟรีแลนซ์มืออาชีพอย่างที่มุ่งหวัง...
เลือกโครงสร้างธุรกิจ
อาจเลือกจัดตั้งหรือจดทะเบียนธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น หรืออาจจะหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็ได้ ตรงนี้สุดแท้แต่ความเหมาะสมและความต้องการของตัวคุณเอง โดยทั่วไป จะมีทางเลือกต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
นิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งตามกฏหมาย)
-ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
-ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-บริษัทจำกัด
-บริษัทมหาชนจำกัด (อันนี้คงไม่เกี่ยวกับฟรีแลนซ์)
-กิจการร้านค้า
-ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยของโครงสร้างแต่ละประเภทธุรกิจ กฏระเบียบ ข้อบังคับและการเสียภาษีจะมีความแตกต่างกันไป สามารถไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่ http://www.dbd.go.th/
นอกจากส่วนของการจดหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ส่วนสำคัญที่จะตามมาของเรื่องบัญชีและการนำส่งภาษี ที่เป็นเรื่องสำคัญหลังจากจดทะเบียนแล้วจะมีการกำหนดหมายเลขผู้เสียภาษีให้ใช้ระบุในการยื่นภาษีประจำปี ลองปรึกษาเพิ่มเติมเหล่านี้ได้จากบริษัทที่รับดำเนินการด้านบัญชีและการตรวจสอบบัญชี
ในส่วนของระบบเอกสารบัญชีนั้น ช่วงเริ่มต้นมักจะไม่ได้ซับซ้อน ยุ่งยากอะไรนัก หากคุณพอจะมีความเข้าใจในเรื่องนี้บางก็อาจเริ่มต้นด้วยการจัดการทำเอง โดยจดบันทึกรายละเอียดรายรับรายจ่ายต่าง ๆ เองไปก่อน โดยไม่ต้องว่าจ้างพนักงานบัญชีมาเป็นพนักงานในบริษัท แต่จะให้ดีก็หาบริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชีมาวางระบบให้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมี ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งเปิดบริษัทเพื่อรับงานฟรีแลนซ์นอกเวลาทำงานประจำ เธอมีงานค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ เธอไม่เคยยื่นเสียภาษีประจำปีเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สรรพากรส่งจดหมายเชิญไปพบนั้นหล่ะครับ
เรื่องสำคัญอีกส่วนก็คือ ไม่ว่าจะเลือกใช้โครงสร้างธุรกิจในรูปแบบใดก็ตาม ต้องแยกบัญชีการเงินของธุรกิจให้ขาดออกจากบัญชีการเงินส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการเผลอใช้เงินปะปนกัน ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าดี รวมทั้งยุ่งยากเมื่อถึงเวลาต้องการทำเอกสารด้านภาษี...
นิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งตามกฏหมาย)
-ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
-ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-บริษัทจำกัด
-บริษัทมหาชนจำกัด (อันนี้คงไม่เกี่ยวกับฟรีแลนซ์)
-กิจการร้านค้า
-ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยของโครงสร้างแต่ละประเภทธุรกิจ กฏระเบียบ ข้อบังคับและการเสียภาษีจะมีความแตกต่างกันไป สามารถไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่ http://www.dbd.go.th/
นอกจากส่วนของการจดหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ส่วนสำคัญที่จะตามมาของเรื่องบัญชีและการนำส่งภาษี ที่เป็นเรื่องสำคัญหลังจากจดทะเบียนแล้วจะมีการกำหนดหมายเลขผู้เสียภาษีให้ใช้ระบุในการยื่นภาษีประจำปี ลองปรึกษาเพิ่มเติมเหล่านี้ได้จากบริษัทที่รับดำเนินการด้านบัญชีและการตรวจสอบบัญชี
ในส่วนของระบบเอกสารบัญชีนั้น ช่วงเริ่มต้นมักจะไม่ได้ซับซ้อน ยุ่งยากอะไรนัก หากคุณพอจะมีความเข้าใจในเรื่องนี้บางก็อาจเริ่มต้นด้วยการจัดการทำเอง โดยจดบันทึกรายละเอียดรายรับรายจ่ายต่าง ๆ เองไปก่อน โดยไม่ต้องว่าจ้างพนักงานบัญชีมาเป็นพนักงานในบริษัท แต่จะให้ดีก็หาบริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชีมาวางระบบให้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมี ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งเปิดบริษัทเพื่อรับงานฟรีแลนซ์นอกเวลาทำงานประจำ เธอมีงานค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ เธอไม่เคยยื่นเสียภาษีประจำปีเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สรรพากรส่งจดหมายเชิญไปพบนั้นหล่ะครับ
เรื่องสำคัญอีกส่วนก็คือ ไม่ว่าจะเลือกใช้โครงสร้างธุรกิจในรูปแบบใดก็ตาม ต้องแยกบัญชีการเงินของธุรกิจให้ขาดออกจากบัญชีการเงินส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการเผลอใช้เงินปะปนกัน ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าดี รวมทั้งยุ่งยากเมื่อถึงเวลาต้องการทำเอกสารด้านภาษี...
Subscribe to:
Posts (Atom)