Showing posts with label อาชีพเสริม. Show all posts
Showing posts with label อาชีพเสริม. Show all posts

อย่าลืมแผนธุรกิจ

แผนธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ของฟรีแลนซ์ที่เพิ่งเริ่มต้น ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ หลายคนอาจแย้งว่า งานฟรีแลนซ์ยังต้องทำแผนธุรกิจด้วยหรือ เราตอบว่า ใช่เลย เพราะเราไม่ได้หมายถึงแผนธุรกิจเล่มหนาปึ้กเป็นร้อย ๆ หน้า อย่างธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ใช่แผนธุรกิจที่มีการคาดการณ์สภาวะใน 5 ปีข้างหน้า
สาเหตุที่แนะนำให้เขียนแผนธุรกิจ ก็คือ การจะได้ใช้โอกาสทบทวน คิดซ้ำ เกี่ยวกับธุรกิจที่คุณจะทำงานฟรีแลนซ์ และเป็นโอกาสสำหรับจะได้ทบทวนถึงโอกาสของปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ อีกครั้ง

อะไรคือแผนธุรกิจ
เราหมายถึงเอกสารที่ครอบคลุมเนื้อหาต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

แผนผังองค์
ประกอบด้วย รายละเอียดสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับช่องทางรายได้ บริการ อัตราค่าบริการ ราคาสินค้า ใครคือกลุ่มเป้าหมายของเรา รวมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ชื่อธุรกิจ ที่ตั้ง ฯลฯ

แผนการตลาด
ในส่วนนี้จะมีข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับแนวทางการคิดค่าบริการ หรือข้อมูลราคาสินค้า/ผลิตภัณฑ์ของคุณ จำนวนเวลาทำงานต่อสัปดาห์ วันหยุด ค่าใช้จ่าย ในส่วนต่าง ๆ ต่อปี และวิธีการจะบริหารจัดการการเงินให้ดำเนินงานต่อไปได้หากทำได้ ควรวางแผนการเงินให้เป็นแผนทั้งปี เพื่อให้เห็นภาพรวม และจะได้สามารถวิเคราะห์และวางแผนการเงินได้ละเอียดรอบคอบทั้งแผนรายรับ และรายจ่าย นำไปสู่การคิดวางแผนกระแสเงินสด (cash flow) ที่ดี

การหากเวลาและโอกาสอ่านหนังสือต่าง ๆ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแผนธุรกิจบ้างเป็นสิ่งที่ดี แม้ว่าหนังสือกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาจพูดถึงแผนธุรกิจสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ก็ตาม ใช้เวลากับส่วนนี้พอประมาณก็พอ ไม่ใช่เสียเวลามากจนไม่ได้เริ่มต้นก้าวไปสู่อาชีพฟรีแลนซ์มืออาชีพอย่างที่มุ่งหวัง...

เลือกโครงสร้างธุรกิจ

อาจเลือกจัดตั้งหรือจดทะเบียนธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น หรืออาจจะหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็ได้ ตรงนี้สุดแท้แต่ความเหมาะสมและความต้องการของตัวคุณเอง โดยทั่วไป จะมีทางเลือกต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

นิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งตามกฏหมาย)
-ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
-ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-บริษัทจำกัด
-บริษัทมหาชนจำกัด (อันนี้คงไม่เกี่ยวกับฟรีแลนซ์)

-กิจการร้านค้า
-ห้างหุ้นส่วนสามัญ

ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยของโครงสร้างแต่ละประเภทธุรกิจ กฏระเบียบ ข้อบังคับและการเสียภาษีจะมีความแตกต่างกันไป สามารถไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่ http://www.dbd.go.th/
นอกจากส่วนของการจดหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ส่วนสำคัญที่จะตามมาของเรื่องบัญชีและการนำส่งภาษี ที่เป็นเรื่องสำคัญหลังจากจดทะเบียนแล้วจะมีการกำหนดหมายเลขผู้เสียภาษีให้ใช้ระบุในการยื่นภาษีประจำปี ลองปรึกษาเพิ่มเติมเหล่านี้ได้จากบริษัทที่รับดำเนินการด้านบัญชีและการตรวจสอบบัญชี

ในส่วนของระบบเอกสารบัญชีนั้น ช่วงเริ่มต้นมักจะไม่ได้ซับซ้อน ยุ่งยากอะไรนัก หากคุณพอจะมีความเข้าใจในเรื่องนี้บางก็อาจเริ่มต้นด้วยการจัดการทำเอง โดยจดบันทึกรายละเอียดรายรับรายจ่ายต่าง ๆ เองไปก่อน โดยไม่ต้องว่าจ้างพนักงานบัญชีมาเป็นพนักงานในบริษัท แต่จะให้ดีก็หาบริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชีมาวางระบบให้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมี ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งเปิดบริษัทเพื่อรับงานฟรีแลนซ์นอกเวลาทำงานประจำ เธอมีงานค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ เธอไม่เคยยื่นเสียภาษีประจำปีเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สรรพากรส่งจดหมายเชิญไปพบนั้นหล่ะครับ

เรื่องสำคัญอีกส่วนก็คือ ไม่ว่าจะเลือกใช้โครงสร้างธุรกิจในรูปแบบใดก็ตาม ต้องแยกบัญชีการเงินของธุรกิจให้ขาดออกจากบัญชีการเงินส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการเผลอใช้เงินปะปนกัน ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าดี รวมทั้งยุ่งยากเมื่อถึงเวลาต้องการทำเอกสารด้านภาษี...

จุดด้อยของการทำงานประจำแต่รับงานฟรีแลนซ์เป็นงานเสริม

ไม่เหลือเวลาว่าง
สำรหับคนที่คิดว่าต้องการทำงานประจำ รับงานฟรีแลซ์ไปด้วยและต้องการเวลาว่าพักผ่อน ขอบอกว่าคุณกำลังฝันไป เพราะโดยมากจะเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อยข้างยาก ยกเว้นว่างานที่เราทำอยู่เป็นงานพาร์ทไทม์ก็อาจจะจัดสรรเวลาในชีวิตได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่ทำงานประจำหนักอยู่แล้ว ยังรับงานฟรีแลนซ์อีก แบบนี้ก็ต้องระวัง เพราะกว่าจะรู้ตัว คุณอาจพบตัวเองนั้นทำงานอยู่ตลอดเวลา แทบไม่เหลือเวลาสำหรับการพักผ่อนอย่างที่ควรเป็น อย่าลืมว่าสมดุลในชีวิตก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ

อย่าเอางานฟรีแลนซ์ไปทำในเวลางานประจำ
ปัญหาสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการทงานสองอย่างควบคู่กันไปก็คือ พอทำ ๆ ไป จะเริ่มแยกไม่ออก ที่สำคัญคือ "งานฝิ่น" หรืองานนอกจะเริ่มเข้าไปเบียดเบียนเวลาของงานประจำ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ ถ้าเราจะเรียกตัวเองว่าเป็นมืออาชีพให้เต็มปากเต็มคำ ก็ต้องรู้จักมีสติแยกแยะให้ออกครับ ว่าอะไรควร หรือไม่ควรทำ

แต่หลายคนอาจจะยังขาดประสบการณ์หรืออาจเป็นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เบลยแอบเอางานนอกมาทำในเวลาประจำ ขอให้เชื่อครับว่าความลับซ่อนตัวอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ ไม่นานนักจะต้องมีคนรู้ความลับของคุณจนได้ และเมื่อเจ้านายคุณเกิดรู้ขึ้นมาก็อาจจะถึงขึ้นโดนไล่ออกจากงานจนเสียประวัติกันเปล่า ๆ ครับ ระวังจะได้ไม่คุ้มเสีย และหากจะว่าไปถึงจะยังไม่มีใครรู้ แต่ตัวเราน่ะรู้แน่นอนครับ ทำงานฝิ่นไปต้องค่อยสลับวินโดว์กันคนอื่นเห็นไป ไม่เวิร์คแน่ ๆ ครับ เครียดเปล่า ๆ
คำแนะนำที่ชัดเจนก็คือ อย่าเอางานประจำไปทำในออฟฟิศงานประจำเด็ดขาด

เดี่ยวพรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ ง่วงแล้ว...

จุดเด่นของการทำงานประจำแต่รับงานฟรีแลนซ์เป็นอาชีพเสริม

ลดความเสียง
สำหรับหลาย ๆ คน การลาออกจากงานที่ทำรายได้ประจำให้เป็นเรื่องที่ทำใจยากแน่นอนว่าเมื่อทำงานประจำ ภาระในเรื่องของการหมุนเงิน การหารายได้มาจ่ายเมื่อสิ้นเดือนย่อมเป็นของเจ้าของบริษัท แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวโดยไม่ทำงานประจำ เมื่อเศรษฐกิจแย่คุณก็ต้องรับเองเต็ม ๆ เหมือนกัน
ข้อดีของการรับงานฟรีแลนซ์โดยยังทำงานประจำกินเงินเดือนไปด้วย ก็คือ มันเหมือนกับการได้ลองฝึกดำน้ำในสระน้ำตื้น ๆ ก่อน แทนที่จะไปโดดลงทะเลกว้างทีเดี่ยวซึ่งแน่นอนว่ันอันตรายกว่ากันมากห

วันหยุดก็ยังมีรายได้
แน่นอนว่าเป็นฟรีแลนซ์ก็หยุดได้ แต่เมื่อใดที่เราหยุดทำงานไป ส่วนของรายได้ก็หยุดไปด้วยเหมือนกัน แต่การทำงานประจำนั้นย่อมต่างออกไปเพราะตอนวันหยุดนายจ้างยังคงจ่ายเงินให้คุณอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าคุณจะออกไปเที่ยวทะเล ไปปีนเขา หรือนั่งดื่ม นั่งทานอาหารก็ยังมีเงินเดือนจากบริษัทให้คุณตามสิทธิ์อยู่ดี นอกจากนี้การจะรับหรือบอกปัดงานก็ทำได้ง่าย เพราะแน่ใจว่ามีรายได้หลักประคองอยู่แล้ว

สร้างพอร์ตและฐานลูกค้าสำหรับการทำฟรีแลนซ์เต็มตัว
ไม่ว่าจะอย่างไรงานที่เราได้ทำและเคยทำไว้ จะเป็นสิ่งที่บอกและพูดแทน เป็นสิ่งที่ช่วยรับประกันผลงานแทนเราได้มากและชัดเจนที่สุด แต่ต้องไม่ลืมเช่นกันว่า งานที่เราทำให้บริษัทตอนมีสถานะเป็นพนักงานย่อมเป็นทรัพสินย์ของบริษัท ดหลายบริษัทไม่อนุญาติให้อ้างถึงผลงานต่าง ๆ เหล่านี้ แต่บริษัทส่วนหนึ่งก็ไม่ได้ปิดกั้นการอ้างอิงกลับไปยังผลงานเด่น ๆ ที่ได้ทำไว้เช่นกัน

หากมองจากอีกมุมหนึ่ง การเริ่มต้นจากการทำงานประจำจึงเป็ฯเหมือนโอกาสในการสร้างโฟลิโอ หรือประวัติผลงานของเราได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงโอกาสและความสัมพันธ์กับลูกค้าที่อาจกลายเป็นลูกค้าของเรา ในวันที่เราเลือกจะเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวในอนาคต เช่น นักโฆษณาประชาสัมพันธ์ ครีเอทีฟ นักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ จะมีโอกาสได้งานจากฐานลูกค้าเก่าที่เคยทำงานให้และลูกค้าพึงพอใจผลงานมากทีเดี่ยว

เป็นแหล่งเงินทุน
งานประจำคือแหล่งสะสมทุนรอนสำหรับเราได้อย่างดี เมื่อต้องการลงทุนปรับเปลี่ยนสถานที่ทำงานรวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อต้องการออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มเวลา

อะไรคืองานฟรีแลนซ์

ถ้าจะอธิบายแบบกระชับ ๆ เข้าใจง่าย ๆ งานฟรีแลนซ์ก็คือ คนที่ทำงานให้กับตัวเอง คือคนที่รับจ้างทำงานหรือให้บริหารอะไรบางอย่าง เช่นช่างถ่ายภาพ โปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ ที่ปรึกษา เทรนเนอร์ โค้ช ฯลฯ จุดที่แตกต่างออกไปคือ ฟรีแลนซ์มักจะมีลูกค้าหลายรายมากกว่าจะทำงานให้นายจ้างเพียงรายเดี่ยว ทักษะสำคัญที่จำเป็นต้องมีก็คือ การบริหารจัดการเวลาโดยต้องการแน่ใจว่าจะสามารถทำงานของผู้ว่าจ้างหลายรายให้เสร็จพร้อมกันได้จริง ๆ ไม่ใช่รับงานมากจนบริหารไม่ได้
บางครั้งการทำงานในรูปแบบฟรีแลนซ์ อาจถูกเรียกในชื่ออื่น ๆ เช่น การทำงานเป็นสัญญาจ้าง (contractor) ซึ่งอาจเป็นการตอบรับทำงานให้กับลูกค้าโดยมีการระบุช่วงเวลาแน่นอน ให้ตำแหน่งงานอะไรก็ตามแต่ตกลงโดยระหว่างที่ทำงานก็จะได้รับค่าตอบแทนที่ตกลงกันเป็นรายเดือนไป
หลายคนอาจมองว่างานฟรีแลนซ์ก็เป็นเพียงอาชีพอีกแบบหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ถ้าพิจารณาดี ๆ จะเห็นว่ามันมีอะไรมากไปกว่านั้น ๆ การเลือกอาชีพนี้เท่ากับการดำเนินธุรกิจของตัวเองจากจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจฟรีแลนซ์อาจจะขยับขยายไปเป็นธุรกิจที่เติบโต มีการจ้างพนักงานมาทำงานในส่วนต่าง ๆ เต็มรูปแบบเมื่อโอกาสเปิดกว้างและธุรกิจเป็นไปได้ด้วยดี
ข้อดีของการทำงานในรูปแบบนี้คือการที่เรามีอิสระที่จะเลือกงานที่เราจะทำ กำหนดระยะเวลาที่จะทำงาน ไปจนถึงเลือกนายจ้างที่เราต้องการทำงานให้ แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบอื่น ๆ ตามมาอีกไม่น้อย เช่น ความเครียด จากการจะหางานมาได้จากที่ไหน จะได้รับเงินค่าตอบแทนเมื่อไหร่ จะทำยังไงเมื่อมีงานมากเกินความสามารถที่จะรองรับได้ และเช่นกันจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีงานเข้า การทำสัญญาว่าจ้าง การติดตามทวงถามหนี้
จากข้อมูลและความรับผิดชอบที่กล่าวมาจะเห็นว่า ลำพังแค่ความรู้ ความสามารถพิเศษจากทางใดทางหนึ่งอาจะไม่พอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตั้งเป้าว่าเมื่อเลือกที่จะใช้อาชีพฟรีแลนซ์เราจะขอเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพและพร้อมจะสร้างรายได้จากงานที่เรารักแบบไม่ขอลำบาก ทำเงินกันให้ได้เป็นกอบเป็นกำพร้อม ๆ กับอิสระในชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น
พอพูดแบบนี้ หลายคนอาจเริ่มลังเลและเห็นว่าการยึดการทำงานแบบฟรีแลนซ์เป็นอาชีพเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเกินไปหรือเปล่า ยืนยันเลยครับว่าอาจจะต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่การเลือกเดินบนเส้นทางสายฟรีแลนซ์นั้นจะให้อิสระให้ความรู้สึกที่ดีที่เทียบเท่าไม่ได้กับการทำงานให้คนอื่น เราจะลุกจากเตียงนอนขึ้นมาทุกเช้าเพื่อควบคุมโชคชะตาของเราเอง ด้วยความรู้สึกของการเป็นนายชีวิตของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าความรู้สึกแบบนี้ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงินเดือน....

เส้นทางสู่การเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพ

"อาชีพ" ในโลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อทศวรรษที่ผ่านมาแบบคนละเรื่อง มีอาชีพแปลกใหม่เกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้น คือ การเป็นนายตัวเองในรูปของฟรีแลนซ์ (freelance) โดยมากจะเป็นอาชีพที่ต้องมีความชำนาญพิเศษบางอย่าง มีฝีมือที่พร้อมจะมีคนว่าจ้างให้สร้างงานให้ หลายคนเลือกที่จะลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว ขณะที่หลายคนยังเลือกมีรายได้จากงานประจำส่วนหนึ่ง แต่ขอหล่อเลี้ยงความฝันไว้ด้วยการทำงานที่ตัวเองรักและสนุกกับมันในรูปแบบงานฟรีแลนซ์พาร์ทไทม์ในเวลาว่าง
          เกริ่นมาก็ซะเยอะเลย ก็แค่อยากจะบอกว่า ผมจะมาแนะนำการเป็นฟรีแลนซ์ แบบ step by step
          ซึ่งผมหวังว่า การเขียนบล็อกนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน ไม่มากก็น้อย

                                                                        ยินดีต้อนรับสู้เส้นทางฟรีแลนซ์มืออาชีพครับ
                                                                         9chok