สถานที่ทำงาน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เราจะใช้เวลากับมันมากถึงมากที่สุด จึงควรให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่ตรงนี้ให้ดี และมีบรรยากาศ เหมาะกับการสร้างสรรค์งานคุณภาพ จะว่าไปก็ควรให้ดีทั้งกับการผลิตงานและดีต่อสุขภาพด้วย ส่วนต่าง ๆ ที่ควรนำมาพิจารณาได้แก่
จัดตำแหน่งโต๊ะทำงานให้ดี
ควรหันหน้าโต๊ะทำงานออกไปหาประตู จะให้ความรู้สึกต้อนรับผู้มาเยือนได้ดีกว่าการหันข้างอีกด้วย ห้องทำงานควรมีแสงสว่างภายนอกส่องเข้ามาได้ หากพึ่งแต่แสงจากหลอดนีออน อย่างเดี่ยวจะทำให้สายตาล้าได้ และเกิดความเครียดสะสมมาก โดยเฉพาะกับงานที่ต้องใช้สายตามาก ๆ เช่น งานศิลปะ การออกแบบ กราฟฟิกดีไซน์ หรืองานที่ต้องจ้องหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ เช่น งานแปลเอกสาร หรือการออกแบบเว็บไซต์
แป้นพิมพ์และเมาส์
ควรลงทุนกับแป้นพิมพ์และเมาส์ โต๊ะที่ใช้วางคอมพิวเตอร์ควรจะถูกหลักสรีระศาสตร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมือและแขนได้รับบาดเจ็บ เพราะข้อเท็จจริงก็คือ มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์มากมายที่ประสบปัญหาเจ็บป่วยจากอาการปวดข้อมือ ปวดหลังที่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ในท่าเดิม ๆ มากจนเกินไป หากป้องกันได้ย่อมดีกว่าการตามรักษา
นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับควรทำอื่น ๆ สำหรับที่ทำงานอีกด้วย เช่น
ควรล็อกห้องทำงานไว้เสมอ
ข้อเสนอนี้ควรทำตามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าคุณทำงานที่บ้าน มีเด็ก ๆ หรือสัตว์เลี้ยง เพราะมีโอกาสมากทีเดียวที่งานซึ่งใกล้จะเสร็จหายไปต่อหน้าต่อตา หมาน้อยของคุณอาจจะขย้ำงานที่เพิ่งทำเสร็จ ลูกอาจจะเดินไปรีเซ็ต เครื่องคอมพิวเตอร์หรือทำน้ำหกรดคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ป้องกันได้ครับ ด้วยการล็อกห้องทำงานไว้เสมอ เมื่อคุณไม่อยู่ในห้อง
ห้องทำงานต้องมีแสงเพียงพอ
ถ้าห้องทำงานมีขนาดเล็ก หรือมีหน้าต่างไม่มากนัก ลองหากกระจกมาแขวนใกล้ ๆ กับหน้าต่าง เพื่อเพิ่มแสง และยังช่วยให้ห้องดูโปร่ง กว้างขึ้นกว่าความเป็นจริงได้อีกด้วย
จัดห้องทำงาน อย่าให้รกรุงรัง
อย่างที่บอกว่า ห้องทำงาน ที่ทำงาน คือสถานที่ที่เราจะใช้เวลาอยู่กับมันมากที่สุด ดังนั้นเราควรใช้เวลาส่วนหนึ่งจัดระเบียบให้กับข้าวของ เอกสาร กระดาษรีไซเคิล เช่นเดียวกัน ถ้ามีอุปกรณ์อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน พยายามนำมันออกไปจากห้องเสีย เพื่อให้ห้องทำงานบรรยากาศดี และน่าทำงาน
หาบอร์ดติดเอกสาร หรือไวท์บอร์ดมาใช้
ลองมองหาคอร์กบอร์ดสำหรับติดบันทึกย่อ ติดเอกสาร หรือไวท์บอร์ดมาใช้ประโยชน์ในห้องทำงาน นอกจากจะช่วยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้ลุกจากเก้าอี้ไปจัดการเขียนบันทึก จัดการเขียนหรือลบข้อมูลเป็นระยะได้ในตัว...
อยากเป็นฟรีแลนซ์ หรือกำลังจะก้าวสู่การเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพ ควรเริ่มต้นยังไง? ฟรีแลนซ์มีแบบไหนบ้างล่ะ? ฟรีแลนซ์มืออาชีพเขาทำงานกันยังไง? แนวทางการหางานของฟรีแลนซ์ล่ะ ทำยังไง? ฟรีแลนซ์เขาทำงานกันเวลาไหนบ้าง? แล้วสังคมฟรีแลนซ์ล่ะ เป็นยังไง? จะเริ่มต้นอย่างไรกับการเป็นฟรีแลนซ์? อาชีพฟรีแลนซ์มีอะไรบ้างล่ะ? ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อยากเป็นฟรีแลนซ์ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองศึกษาดูก่อนดีไหม? เพราะที่ step2freelancer เขามีคำแนะนำดี ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานฟรีแลนซ์ อย่ามัวช้า คลิกไปดูกันเลย....
Showing posts with label นามบัตร. Show all posts
Showing posts with label นามบัตร. Show all posts
โลโก้ นามบัตรและเอกสารแบบมืออาชีพ
ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของแบรนด์ใด ๆ ก็ตาม ก็คือ ภาพที่ใช้ปรากฏให้เห็น หรือเรียกว่าโลโก้ นั่นเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่ออกแบบกราฟฟิกเกี่ยวกับแบรนด์ ให้คิดว่าทุก ๆ ส่วนต้องสื่อถึงงานที่เราทำได้ โลโก้ โทนสี ตลอดถึงกราฟฟิกที่เลือกใช้ หลังจากออกแบบได้สำเร็จแล้ว ควรนำไปใช้กับเอกสารต่าง ๆ นามบัตร หัวกระดาษ อีเมล์ เว็บไซต์
คำแนะนำก็คือ หากคุณไม่ใช่นักออกแบบมืออาชีพ ให้ลองมองหาฟรีแลนซ์คนอื่น ๆ ที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่ออกแบบโลโก้และนามบัตร ให้จะดีกว่าพยายามทำเอง ส่วนสนนราคานั้นมีมากมาย ลองหาผู้ให้บริการที่สอดคล้องกับงบประมาณที่คุณจ่ายได้ดูนะครับ...
คำแนะนำก็คือ หากคุณไม่ใช่นักออกแบบมืออาชีพ ให้ลองมองหาฟรีแลนซ์คนอื่น ๆ ที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่ออกแบบโลโก้และนามบัตร ให้จะดีกว่าพยายามทำเอง ส่วนสนนราคานั้นมีมากมาย ลองหาผู้ให้บริการที่สอดคล้องกับงบประมาณที่คุณจ่ายได้ดูนะครับ...
งานของเรา แบรนด์ของเรา
ถ้ายังสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าการสร้างแบรนด์จะช่วยอะไรเราได้บ้างลองพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้
ถ้าคุณมีอาชีพเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ ที่รับจ้างแปลงานต่าง ๆ ต้นฉบับ พ็อคเก็ตบุ๊คจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศ มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้สำนักพิมพ์เลือกใช้บริการของคุณ ชื่อเสียง คุณภาพหรือราคา
นอกจากนี้ ลองคิดดูว่า ถ้าคุณเป็นผู้ว่าจ้าง คุณจะเลือกใคร ระหว่างนักแปลคนแรก ที่ไม่มีแม้กระทั้งนามบัตร ไม่มีเว็บไซต์แนะนำตัวเอง กับอีกคนที่มีผลงานแปลออกมาแล้วมากมาย แถมหนังสือเหล่านั้นมักจะติดอันดับขายดี มีนามบัตดูสวยงาม เว็บไซต์สำหรับแนะนำตัวเองที่ดูดีที่สุด
อย่าคิดว่าราคาถูกที่ถูกกว่าจะเป็นปัจจัยที่ตัดสินว่าจะได้ง่ายเสมอไป ข้อเท็จจริงในโลกของการจ้างงานก็คือ มีผู้ว่าจ้างมากมายที่มักจะเลือกคนที่ดูน่าเชื่อถือกว่า แม้ว่าจะต้องขยับมาจ่ายในอัตราค่าตอบแทนที่สูงกว่ามากก็ตาม
ถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ก็ถามกลับไปง่าย ๆ ว่า ทำไมคนจำนวนหนึ่งถึงยอมจ่ายเงินซื้อรถ Benz หรือ BMW เช่นเดียวกับทำไมถึงมีคนยินดีซื้อนาฬิกา Rolex มันขับได้ดีกว่าหรือว่าบอกเวลาได้ดีกว่าเท่านั้นหรือ จะเห็นว่าความรู้สึกต่อสินค้าต่างหาก ว่ามันเหนือกว่า ดีกว่า เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการตัดสินใจนั่นล่ะผลจากการสร้างแบรนด์
เช่นเดียวกับงานช่างภาพ มีมือสมัครเล่นมากมายที่ "ถ่ายรูปได้" แต่ไม่ถึงขั้น "ถ่ายรูปดี" มักจะใช้กลยุทธ์ราคาถูกมาเสนอ เพื่อให้ได้งาน แต่ที่ผมเห็นช่างภาพมืออาชีพต่างหากที่มักจะได้งานไป แม้จะมีค่าตัวแพงกว่ามือสมัครเล่นก็ตาม ลองคิดเล่น ๆ ว่างานแต่งงาน ที่ใคร ๆ ก็มักจะคิดว่ามีครั้งเดียวในชีวิต หรืองานรับปริญญา เหล่านี้เป็นงานที่ย้อนกลับมาไม่ได้และถ้าใช้มือสมัครเล่น แล้วภาพไม่โอเคร มันจะคุ้มกันไหม
ช่างภาพเอง ก็ควรสร้างแบรนด์ สร้างโอกาสของตัวเองด้วยผลงานที่ผ่าน ๆ มา หรือเรียกว่า portfolios นั่นเอง ซึ่งช่องทางในการสื่อสารทุกวันนี้มีมากกว่าเมื่อก่อนมากไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ คอมมูนิตี้เว็บ หรือผลงานของตัวเองทุกชิ้นที่ถ่ายออกไปในสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ก็อย่าลืมพลาดโอกาสระบุชื่อไว้เสมอ อย่าลืมว่า "แบรนด์" สำหรับฟรีแลนซ์ก็คือคุณภาพของตัวผลงานนั้นเอง
เมื่อรู้จักและเห็นค่าของการสร้างแบรนด์ และรู้จักนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะนำไปสู่โอกาสได้งานเพิ่มมากขึ้น ขายงานได้ราคามากขึ้น เราจึงต้องรู้จักให้ความสำคัญกับมันมาก ๆ ...
ถ้าคุณมีอาชีพเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ ที่รับจ้างแปลงานต่าง ๆ ต้นฉบับ พ็อคเก็ตบุ๊คจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศ มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้สำนักพิมพ์เลือกใช้บริการของคุณ ชื่อเสียง คุณภาพหรือราคา
นอกจากนี้ ลองคิดดูว่า ถ้าคุณเป็นผู้ว่าจ้าง คุณจะเลือกใคร ระหว่างนักแปลคนแรก ที่ไม่มีแม้กระทั้งนามบัตร ไม่มีเว็บไซต์แนะนำตัวเอง กับอีกคนที่มีผลงานแปลออกมาแล้วมากมาย แถมหนังสือเหล่านั้นมักจะติดอันดับขายดี มีนามบัตดูสวยงาม เว็บไซต์สำหรับแนะนำตัวเองที่ดูดีที่สุด
อย่าคิดว่าราคาถูกที่ถูกกว่าจะเป็นปัจจัยที่ตัดสินว่าจะได้ง่ายเสมอไป ข้อเท็จจริงในโลกของการจ้างงานก็คือ มีผู้ว่าจ้างมากมายที่มักจะเลือกคนที่ดูน่าเชื่อถือกว่า แม้ว่าจะต้องขยับมาจ่ายในอัตราค่าตอบแทนที่สูงกว่ามากก็ตาม
ถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ก็ถามกลับไปง่าย ๆ ว่า ทำไมคนจำนวนหนึ่งถึงยอมจ่ายเงินซื้อรถ Benz หรือ BMW เช่นเดียวกับทำไมถึงมีคนยินดีซื้อนาฬิกา Rolex มันขับได้ดีกว่าหรือว่าบอกเวลาได้ดีกว่าเท่านั้นหรือ จะเห็นว่าความรู้สึกต่อสินค้าต่างหาก ว่ามันเหนือกว่า ดีกว่า เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการตัดสินใจนั่นล่ะผลจากการสร้างแบรนด์
เช่นเดียวกับงานช่างภาพ มีมือสมัครเล่นมากมายที่ "ถ่ายรูปได้" แต่ไม่ถึงขั้น "ถ่ายรูปดี" มักจะใช้กลยุทธ์ราคาถูกมาเสนอ เพื่อให้ได้งาน แต่ที่ผมเห็นช่างภาพมืออาชีพต่างหากที่มักจะได้งานไป แม้จะมีค่าตัวแพงกว่ามือสมัครเล่นก็ตาม ลองคิดเล่น ๆ ว่างานแต่งงาน ที่ใคร ๆ ก็มักจะคิดว่ามีครั้งเดียวในชีวิต หรืองานรับปริญญา เหล่านี้เป็นงานที่ย้อนกลับมาไม่ได้และถ้าใช้มือสมัครเล่น แล้วภาพไม่โอเคร มันจะคุ้มกันไหม
ช่างภาพเอง ก็ควรสร้างแบรนด์ สร้างโอกาสของตัวเองด้วยผลงานที่ผ่าน ๆ มา หรือเรียกว่า portfolios นั่นเอง ซึ่งช่องทางในการสื่อสารทุกวันนี้มีมากกว่าเมื่อก่อนมากไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ คอมมูนิตี้เว็บ หรือผลงานของตัวเองทุกชิ้นที่ถ่ายออกไปในสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ก็อย่าลืมพลาดโอกาสระบุชื่อไว้เสมอ อย่าลืมว่า "แบรนด์" สำหรับฟรีแลนซ์ก็คือคุณภาพของตัวผลงานนั้นเอง
เมื่อรู้จักและเห็นค่าของการสร้างแบรนด์ และรู้จักนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะนำไปสู่โอกาสได้งานเพิ่มมากขึ้น ขายงานได้ราคามากขึ้น เราจึงต้องรู้จักให้ความสำคัญกับมันมาก ๆ ...
เลือกโครงสร้างธุรกิจ
อาจเลือกจัดตั้งหรือจดทะเบียนธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น หรืออาจจะหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็ได้ ตรงนี้สุดแท้แต่ความเหมาะสมและความต้องการของตัวคุณเอง โดยทั่วไป จะมีทางเลือกต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
นิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งตามกฏหมาย)
-ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
-ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-บริษัทจำกัด
-บริษัทมหาชนจำกัด (อันนี้คงไม่เกี่ยวกับฟรีแลนซ์)
-กิจการร้านค้า
-ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยของโครงสร้างแต่ละประเภทธุรกิจ กฏระเบียบ ข้อบังคับและการเสียภาษีจะมีความแตกต่างกันไป สามารถไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่ http://www.dbd.go.th/
นอกจากส่วนของการจดหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ส่วนสำคัญที่จะตามมาของเรื่องบัญชีและการนำส่งภาษี ที่เป็นเรื่องสำคัญหลังจากจดทะเบียนแล้วจะมีการกำหนดหมายเลขผู้เสียภาษีให้ใช้ระบุในการยื่นภาษีประจำปี ลองปรึกษาเพิ่มเติมเหล่านี้ได้จากบริษัทที่รับดำเนินการด้านบัญชีและการตรวจสอบบัญชี
ในส่วนของระบบเอกสารบัญชีนั้น ช่วงเริ่มต้นมักจะไม่ได้ซับซ้อน ยุ่งยากอะไรนัก หากคุณพอจะมีความเข้าใจในเรื่องนี้บางก็อาจเริ่มต้นด้วยการจัดการทำเอง โดยจดบันทึกรายละเอียดรายรับรายจ่ายต่าง ๆ เองไปก่อน โดยไม่ต้องว่าจ้างพนักงานบัญชีมาเป็นพนักงานในบริษัท แต่จะให้ดีก็หาบริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชีมาวางระบบให้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมี ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งเปิดบริษัทเพื่อรับงานฟรีแลนซ์นอกเวลาทำงานประจำ เธอมีงานค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ เธอไม่เคยยื่นเสียภาษีประจำปีเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สรรพากรส่งจดหมายเชิญไปพบนั้นหล่ะครับ
เรื่องสำคัญอีกส่วนก็คือ ไม่ว่าจะเลือกใช้โครงสร้างธุรกิจในรูปแบบใดก็ตาม ต้องแยกบัญชีการเงินของธุรกิจให้ขาดออกจากบัญชีการเงินส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการเผลอใช้เงินปะปนกัน ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าดี รวมทั้งยุ่งยากเมื่อถึงเวลาต้องการทำเอกสารด้านภาษี...
นิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งตามกฏหมาย)
-ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
-ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-บริษัทจำกัด
-บริษัทมหาชนจำกัด (อันนี้คงไม่เกี่ยวกับฟรีแลนซ์)
-กิจการร้านค้า
-ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยของโครงสร้างแต่ละประเภทธุรกิจ กฏระเบียบ ข้อบังคับและการเสียภาษีจะมีความแตกต่างกันไป สามารถไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่ http://www.dbd.go.th/
นอกจากส่วนของการจดหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ส่วนสำคัญที่จะตามมาของเรื่องบัญชีและการนำส่งภาษี ที่เป็นเรื่องสำคัญหลังจากจดทะเบียนแล้วจะมีการกำหนดหมายเลขผู้เสียภาษีให้ใช้ระบุในการยื่นภาษีประจำปี ลองปรึกษาเพิ่มเติมเหล่านี้ได้จากบริษัทที่รับดำเนินการด้านบัญชีและการตรวจสอบบัญชี
ในส่วนของระบบเอกสารบัญชีนั้น ช่วงเริ่มต้นมักจะไม่ได้ซับซ้อน ยุ่งยากอะไรนัก หากคุณพอจะมีความเข้าใจในเรื่องนี้บางก็อาจเริ่มต้นด้วยการจัดการทำเอง โดยจดบันทึกรายละเอียดรายรับรายจ่ายต่าง ๆ เองไปก่อน โดยไม่ต้องว่าจ้างพนักงานบัญชีมาเป็นพนักงานในบริษัท แต่จะให้ดีก็หาบริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชีมาวางระบบให้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมี ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งเปิดบริษัทเพื่อรับงานฟรีแลนซ์นอกเวลาทำงานประจำ เธอมีงานค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ เธอไม่เคยยื่นเสียภาษีประจำปีเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สรรพากรส่งจดหมายเชิญไปพบนั้นหล่ะครับ
เรื่องสำคัญอีกส่วนก็คือ ไม่ว่าจะเลือกใช้โครงสร้างธุรกิจในรูปแบบใดก็ตาม ต้องแยกบัญชีการเงินของธุรกิจให้ขาดออกจากบัญชีการเงินส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการเผลอใช้เงินปะปนกัน ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าดี รวมทั้งยุ่งยากเมื่อถึงเวลาต้องการทำเอกสารด้านภาษี...
ฟรีแลนซ์เต็มตัว
แม้เราจะไม่แนะนำให้ทุกคนเดินไปยื่นจดหมายลาออกจากงานที่ทำอยู่ เพื่อออกมารับงานฟรีแลนซ์เต็มเวลา แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มุ่งมั่นและเลือกแบบไม่มีแทงกั๊ก สำหรับคนที่ต้องการเดิน
สายฟรีแลนซ์เต็มตัว เราแนะนำว่าควรมีเงินทุนสำหรับการเลี้ยงชีพตามปกติอย่างน้อย ๆ ที่สุดสามเดือนหรือถ้าจะให้ดีก็ต้องหกเดือนขึ้นไป แต่เงื่อนไขแบะรายบะเอียดปลีกย่อยอาจจะแตกกต่าง
กันไปไม่สิ้นสุด หลายคนเลือกเดินเส้นทางฟรีแลนซ์ดั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาว โดยอาจได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากครอบครัว ขณะที่บางคนอาจทำงานประจำมาจนมีความชำนาญ มีฐานลูกค้า
ในมือแล้วจึงออกมาทำงานฟรีแลนซ์เพื่อให้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ฯลฯ
การเริ่มงานฟรีแลนซ์โดยยังขาดประสบการณ์ต้องบอกว่าเป็นก้าวที่อันตรายอย่างยิ่ง เราจึงเน้นยำว่าควรมีเงินหล่อเลี้ยงให้ได้ตามปกติอย่างน้อยสามหรือหกเดือน หรือมีช่องทางรายได้อื่น ๆ เข้า
มาช่วย ลองมาดูกันว่าการเลือกเดินเส้นทางฟรีแลนซ์เต็มตัวดีหรือไม่อย่างไร
คุณมีเวลาเต็มที่สำหรับงานฟรีแลนซ์
การทำงานฟรีแลนซ์เต็มเวลา ย่อมหมายถึงการมีเป้าหมายเพียงเป้าเดียวให้เล็ง สมาธิและพลังทั้งหมดจะถูกทุ่มเทให้อย่างไม่มีทางเลือกอื่น ๆ แน่นอนว่าความสม่ำเสมอและการพัฒนาตนเองและ
คุณภาพงานย่อมดีกว่าการเลือกเป็นฟรีแลนซ์แค่วันหยุด หรือต้องการทำงานประจำหรืองานพาร์ทไทม์ไปด้วย
ขยายงาน หาลูกค้าได้เต็มกำลัง
การมีเวลาเต็มที่สำหรับงานฟรีแลนซ์ ย่อมหมายถึงการมีโอกาสในการแสวงหาและสร้างฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น การทำงานฟรีแลนซ์จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์ประจำวันของคุณไปในที่สุด
มีเวลารับงานได้ตามเวลาปกติของลูกค้า
เมื่อคุณหันมารับงานฟรีแลนซ์เต็มตัว ลูกค้าจะพึงพอใจมากขึ้นเพราะสามารถติดต่อคุณได้ในช่วงเวลางานปกติ ไม่จำเป็นต้องรอช่วงหลังเลิกงาน เพราะสามารถติดต่อคุณได้ในช่วงเวลาทำงานปกติ
ไม่จำเป็นต้องรอช่วงหลังเลิกงานหรือเฉพาะวันหยุด ซึ่งย่อมหมายถึงการมีเวลายืดหยุ่นสำหรับการทำงานมากขึ้น พร้อมสำหรับการรองรับงานด่วน หรือประชุมงาน คุยงานได้อย่างดี
แล้วข้อด้วยของการทำงานฟรีแลนซ์เต็มตัวล่ะ
อาจจะต้องทำงานคนเดียวหรือไม่มีสังคมในที่ทำงาน
การทงานลำพังคนเดียวหรือไม่มีสังคมในที่ทำงาน
การทงานลำพังสำหรับบางคนอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่่สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องธรรมดา นอกจากประเด็นความเหงาหรือการขาดสังคมในการทำงานแล้ว ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่การขาดคนควบคุม
และสั่งงานอีกด้วย สำหรับหลาย ๆ คน เมื่อไม่มีกรอบของสำนักงาน ไม่มีหัวหน้าค่อยสั่งงาน ก็อาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เผลอก็เปิดโทรทัศน์ดู ไปหาอะไรกิน งีบหลับ ฯลฯ ถ้าขาดระเบียบเช่นนี้ก็
ยากที่จะประสบความสำเร็จได้กับงานฟรีแลนซ์
มองมุมนี้ จะได้เห็นได้ชัดว่าการจะประสบความสำเร็จกับงานฟรีแลนซ์ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทักษะสำคัญในการควบคุมตัวเองให้ทำงานได้ตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น
ต้องรับความเสี่ยงด้านการเงินเพิ่มขึ้น
สำหรับคนที่มีต้นทุนจากเงินออมอย่างเดียว ต้องเจอแรงกดดันจากการพยายามผลักดันงานให้สำเร็จให้ได้ ก่อนที่เงินเก็บในบัญชีจะหมด ซึ่งมองในแง่หนึ่งมันก็คือแรงผลักดันชั้นยอด ที่จะบีบให้เรา
ขยันและทุ่มเทแบบมีเท่าไหร่ใส่หมด แต่อีกทางหนึ่งก็ย่อมหมายถึงความเครียดไม่น้อยเช่นกัน...
สายฟรีแลนซ์เต็มตัว เราแนะนำว่าควรมีเงินทุนสำหรับการเลี้ยงชีพตามปกติอย่างน้อย ๆ ที่สุดสามเดือนหรือถ้าจะให้ดีก็ต้องหกเดือนขึ้นไป แต่เงื่อนไขแบะรายบะเอียดปลีกย่อยอาจจะแตกกต่าง
กันไปไม่สิ้นสุด หลายคนเลือกเดินเส้นทางฟรีแลนซ์ดั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาว โดยอาจได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากครอบครัว ขณะที่บางคนอาจทำงานประจำมาจนมีความชำนาญ มีฐานลูกค้า
ในมือแล้วจึงออกมาทำงานฟรีแลนซ์เพื่อให้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ฯลฯ
การเริ่มงานฟรีแลนซ์โดยยังขาดประสบการณ์ต้องบอกว่าเป็นก้าวที่อันตรายอย่างยิ่ง เราจึงเน้นยำว่าควรมีเงินหล่อเลี้ยงให้ได้ตามปกติอย่างน้อยสามหรือหกเดือน หรือมีช่องทางรายได้อื่น ๆ เข้า
มาช่วย ลองมาดูกันว่าการเลือกเดินเส้นทางฟรีแลนซ์เต็มตัวดีหรือไม่อย่างไร
คุณมีเวลาเต็มที่สำหรับงานฟรีแลนซ์
การทำงานฟรีแลนซ์เต็มเวลา ย่อมหมายถึงการมีเป้าหมายเพียงเป้าเดียวให้เล็ง สมาธิและพลังทั้งหมดจะถูกทุ่มเทให้อย่างไม่มีทางเลือกอื่น ๆ แน่นอนว่าความสม่ำเสมอและการพัฒนาตนเองและ
คุณภาพงานย่อมดีกว่าการเลือกเป็นฟรีแลนซ์แค่วันหยุด หรือต้องการทำงานประจำหรืองานพาร์ทไทม์ไปด้วย
ขยายงาน หาลูกค้าได้เต็มกำลัง
การมีเวลาเต็มที่สำหรับงานฟรีแลนซ์ ย่อมหมายถึงการมีโอกาสในการแสวงหาและสร้างฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น การทำงานฟรีแลนซ์จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์ประจำวันของคุณไปในที่สุด
มีเวลารับงานได้ตามเวลาปกติของลูกค้า
เมื่อคุณหันมารับงานฟรีแลนซ์เต็มตัว ลูกค้าจะพึงพอใจมากขึ้นเพราะสามารถติดต่อคุณได้ในช่วงเวลางานปกติ ไม่จำเป็นต้องรอช่วงหลังเลิกงาน เพราะสามารถติดต่อคุณได้ในช่วงเวลาทำงานปกติ
ไม่จำเป็นต้องรอช่วงหลังเลิกงานหรือเฉพาะวันหยุด ซึ่งย่อมหมายถึงการมีเวลายืดหยุ่นสำหรับการทำงานมากขึ้น พร้อมสำหรับการรองรับงานด่วน หรือประชุมงาน คุยงานได้อย่างดี
แล้วข้อด้วยของการทำงานฟรีแลนซ์เต็มตัวล่ะ
อาจจะต้องทำงานคนเดียวหรือไม่มีสังคมในที่ทำงาน
การทงานลำพังคนเดียวหรือไม่มีสังคมในที่ทำงาน
การทงานลำพังสำหรับบางคนอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่่สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องธรรมดา นอกจากประเด็นความเหงาหรือการขาดสังคมในการทำงานแล้ว ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่การขาดคนควบคุม
และสั่งงานอีกด้วย สำหรับหลาย ๆ คน เมื่อไม่มีกรอบของสำนักงาน ไม่มีหัวหน้าค่อยสั่งงาน ก็อาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เผลอก็เปิดโทรทัศน์ดู ไปหาอะไรกิน งีบหลับ ฯลฯ ถ้าขาดระเบียบเช่นนี้ก็
ยากที่จะประสบความสำเร็จได้กับงานฟรีแลนซ์
มองมุมนี้ จะได้เห็นได้ชัดว่าการจะประสบความสำเร็จกับงานฟรีแลนซ์ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทักษะสำคัญในการควบคุมตัวเองให้ทำงานได้ตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น
ต้องรับความเสี่ยงด้านการเงินเพิ่มขึ้น
สำหรับคนที่มีต้นทุนจากเงินออมอย่างเดียว ต้องเจอแรงกดดันจากการพยายามผลักดันงานให้สำเร็จให้ได้ ก่อนที่เงินเก็บในบัญชีจะหมด ซึ่งมองในแง่หนึ่งมันก็คือแรงผลักดันชั้นยอด ที่จะบีบให้เรา
ขยันและทุ่มเทแบบมีเท่าไหร่ใส่หมด แต่อีกทางหนึ่งก็ย่อมหมายถึงความเครียดไม่น้อยเช่นกัน...
ทำงานพาร์ทไทม์+ฟรีแลนซ์
การเล่นบทฟรีแลนซ์จะง่ายขึ้น สำหรับคนที่ทำงานแบบพาร์ทไทม์ เช่น งานที่ต้องเข้าไปทำสัปดาห์และ 2-3 วัน ก็จะเหลือเวลาสำหรับการทำงานแบบฟรีแลนซ์ได้เต็มที่ขึ้น ขณะเดี่ยวักนก็สามารถ
มั่นใจได้ส่วนหนึ่งว่ายังคงมีรายได้จากการรับงานพาร์ทไทม์มาเป็นตัวประคับประคองไปด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อดีอื่น ๆ ของการเริ่มงานฟรีแลนซ์ในลักษณะนี้ คือ
มีแหล่งรายได้คงที่ในส่วนหนึ่ง
การมีงานพาร์ทไทม์เป็นแหล่งรายได้เพื่อก้าวไปสู่การทำงานฟรีแลนซ์แบบเต็มตัวจะช่วยลดความเครียดลงได้ส่วนหนึ่ง และข่วยให้สามารถก้าวไปได้ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะลำพัง
รายได้จากการทำงานพาร์ทไทม์เองก็ย่อมไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนกันทำงานประจำ แต่ข้อดีก็คือ เราจะได้กระตุ้นตัวเองเสมอว่า เป้าหมายจริง ๆ ของเราคือการเลี้ยงชีพด้วยการก้าวไปเป็นฟรีแลนซ์
มืออาชีพในที่สุด
เตรียมความพร้อมไปในตัว
สำหรับหลายคนแล้ว การทำงานพาร์ทไทม์เป็นเพราะเราไม่ได้อยากทำงานให้คนอื่น เป้าหมายลึก ๆ จะถูกกระตุ้นเตือนไว้เสมอว่าเป้าหมายจริง ๆ ของเราคืออะไร
มีเวลามากขึ้น
แน่นอนว่าการทำงานประจำเต็มเวลา ย่อมหมายถึงการมีเวลาเหลือสำรหับทำงานฟรีแลนซ์นน้อยถึงน้อยมาก ซึ่งหมายถึงการมีสมาธิกับงานที่รับมาน้อยลงไปด้วยในตัว และคุณภาพงานรวมทั้งชีวิต
อาจจะไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก แต่สำหรับคนทำงานพาร์ทไทม์จะจัดสรรช่วงเวลาได้ดีขึ้น สำรหับการรับงานฟรีแลนซ์
เมื่อมีลูกค้าประมากพอค่อยบอกลางานพาร์ทไทม์
หลังจากรับงานฟรีแลนซ์อย่างจริงจัง และใส่ใจในคุณภาพงานไประยะหนึ่ง หากรู้สึกแน่ใจว่างานฟรีแลนซ์ไปฉลุยแน่แล้ว เราก็สามารถบอกลางานพาร์ทไทม์ได้อย่างไม่ต้องลังเล พูดง่าย ๆ ก็คือเสี่ยง
น้อยกว่าการที่จู่ ๆ จะออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวโดยไม่มีแหล่งรายได้อะไรรองรับนั่นเอง
มั่นใจได้ส่วนหนึ่งว่ายังคงมีรายได้จากการรับงานพาร์ทไทม์มาเป็นตัวประคับประคองไปด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อดีอื่น ๆ ของการเริ่มงานฟรีแลนซ์ในลักษณะนี้ คือ
มีแหล่งรายได้คงที่ในส่วนหนึ่ง
การมีงานพาร์ทไทม์เป็นแหล่งรายได้เพื่อก้าวไปสู่การทำงานฟรีแลนซ์แบบเต็มตัวจะช่วยลดความเครียดลงได้ส่วนหนึ่ง และข่วยให้สามารถก้าวไปได้ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะลำพัง
รายได้จากการทำงานพาร์ทไทม์เองก็ย่อมไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนกันทำงานประจำ แต่ข้อดีก็คือ เราจะได้กระตุ้นตัวเองเสมอว่า เป้าหมายจริง ๆ ของเราคือการเลี้ยงชีพด้วยการก้าวไปเป็นฟรีแลนซ์
มืออาชีพในที่สุด
เตรียมความพร้อมไปในตัว
สำหรับหลายคนแล้ว การทำงานพาร์ทไทม์เป็นเพราะเราไม่ได้อยากทำงานให้คนอื่น เป้าหมายลึก ๆ จะถูกกระตุ้นเตือนไว้เสมอว่าเป้าหมายจริง ๆ ของเราคืออะไร
มีเวลามากขึ้น
แน่นอนว่าการทำงานประจำเต็มเวลา ย่อมหมายถึงการมีเวลาเหลือสำรหับทำงานฟรีแลนซ์นน้อยถึงน้อยมาก ซึ่งหมายถึงการมีสมาธิกับงานที่รับมาน้อยลงไปด้วยในตัว และคุณภาพงานรวมทั้งชีวิต
อาจจะไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก แต่สำหรับคนทำงานพาร์ทไทม์จะจัดสรรช่วงเวลาได้ดีขึ้น สำรหับการรับงานฟรีแลนซ์
เมื่อมีลูกค้าประมากพอค่อยบอกลางานพาร์ทไทม์
หลังจากรับงานฟรีแลนซ์อย่างจริงจัง และใส่ใจในคุณภาพงานไประยะหนึ่ง หากรู้สึกแน่ใจว่างานฟรีแลนซ์ไปฉลุยแน่แล้ว เราก็สามารถบอกลางานพาร์ทไทม์ได้อย่างไม่ต้องลังเล พูดง่าย ๆ ก็คือเสี่ยง
น้อยกว่าการที่จู่ ๆ จะออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวโดยไม่มีแหล่งรายได้อะไรรองรับนั่นเอง
จุดด้อยของการทำงานประจำแต่รับงานฟรีแลนซ์เป็นงานเสริม
ไม่เหลือเวลาว่าง
สำรหับคนที่คิดว่าต้องการทำงานประจำ รับงานฟรีแลซ์ไปด้วยและต้องการเวลาว่าพักผ่อน ขอบอกว่าคุณกำลังฝันไป เพราะโดยมากจะเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อยข้างยาก ยกเว้นว่างานที่เราทำอยู่เป็นงานพาร์ทไทม์ก็อาจจะจัดสรรเวลาในชีวิตได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่ทำงานประจำหนักอยู่แล้ว ยังรับงานฟรีแลนซ์อีก แบบนี้ก็ต้องระวัง เพราะกว่าจะรู้ตัว คุณอาจพบตัวเองนั้นทำงานอยู่ตลอดเวลา แทบไม่เหลือเวลาสำหรับการพักผ่อนอย่างที่ควรเป็น อย่าลืมว่าสมดุลในชีวิตก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ
อย่าเอางานฟรีแลนซ์ไปทำในเวลางานประจำ
ปัญหาสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการทงานสองอย่างควบคู่กันไปก็คือ พอทำ ๆ ไป จะเริ่มแยกไม่ออก ที่สำคัญคือ "งานฝิ่น" หรืองานนอกจะเริ่มเข้าไปเบียดเบียนเวลาของงานประจำ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ ถ้าเราจะเรียกตัวเองว่าเป็นมืออาชีพให้เต็มปากเต็มคำ ก็ต้องรู้จักมีสติแยกแยะให้ออกครับ ว่าอะไรควร หรือไม่ควรทำ
แต่หลายคนอาจจะยังขาดประสบการณ์หรืออาจเป็นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เบลยแอบเอางานนอกมาทำในเวลาประจำ ขอให้เชื่อครับว่าความลับซ่อนตัวอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ ไม่นานนักจะต้องมีคนรู้ความลับของคุณจนได้ และเมื่อเจ้านายคุณเกิดรู้ขึ้นมาก็อาจจะถึงขึ้นโดนไล่ออกจากงานจนเสียประวัติกันเปล่า ๆ ครับ ระวังจะได้ไม่คุ้มเสีย และหากจะว่าไปถึงจะยังไม่มีใครรู้ แต่ตัวเราน่ะรู้แน่นอนครับ ทำงานฝิ่นไปต้องค่อยสลับวินโดว์กันคนอื่นเห็นไป ไม่เวิร์คแน่ ๆ ครับ เครียดเปล่า ๆ
คำแนะนำที่ชัดเจนก็คือ อย่าเอางานประจำไปทำในออฟฟิศงานประจำเด็ดขาด
เดี่ยวพรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ ง่วงแล้ว...
สำรหับคนที่คิดว่าต้องการทำงานประจำ รับงานฟรีแลซ์ไปด้วยและต้องการเวลาว่าพักผ่อน ขอบอกว่าคุณกำลังฝันไป เพราะโดยมากจะเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อยข้างยาก ยกเว้นว่างานที่เราทำอยู่เป็นงานพาร์ทไทม์ก็อาจจะจัดสรรเวลาในชีวิตได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่ทำงานประจำหนักอยู่แล้ว ยังรับงานฟรีแลนซ์อีก แบบนี้ก็ต้องระวัง เพราะกว่าจะรู้ตัว คุณอาจพบตัวเองนั้นทำงานอยู่ตลอดเวลา แทบไม่เหลือเวลาสำหรับการพักผ่อนอย่างที่ควรเป็น อย่าลืมว่าสมดุลในชีวิตก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ
อย่าเอางานฟรีแลนซ์ไปทำในเวลางานประจำ
ปัญหาสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการทงานสองอย่างควบคู่กันไปก็คือ พอทำ ๆ ไป จะเริ่มแยกไม่ออก ที่สำคัญคือ "งานฝิ่น" หรืองานนอกจะเริ่มเข้าไปเบียดเบียนเวลาของงานประจำ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ ถ้าเราจะเรียกตัวเองว่าเป็นมืออาชีพให้เต็มปากเต็มคำ ก็ต้องรู้จักมีสติแยกแยะให้ออกครับ ว่าอะไรควร หรือไม่ควรทำ
แต่หลายคนอาจจะยังขาดประสบการณ์หรืออาจเป็นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เบลยแอบเอางานนอกมาทำในเวลาประจำ ขอให้เชื่อครับว่าความลับซ่อนตัวอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ ไม่นานนักจะต้องมีคนรู้ความลับของคุณจนได้ และเมื่อเจ้านายคุณเกิดรู้ขึ้นมาก็อาจจะถึงขึ้นโดนไล่ออกจากงานจนเสียประวัติกันเปล่า ๆ ครับ ระวังจะได้ไม่คุ้มเสีย และหากจะว่าไปถึงจะยังไม่มีใครรู้ แต่ตัวเราน่ะรู้แน่นอนครับ ทำงานฝิ่นไปต้องค่อยสลับวินโดว์กันคนอื่นเห็นไป ไม่เวิร์คแน่ ๆ ครับ เครียดเปล่า ๆ
คำแนะนำที่ชัดเจนก็คือ อย่าเอางานประจำไปทำในออฟฟิศงานประจำเด็ดขาด
เดี่ยวพรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ ง่วงแล้ว...
โมดูลสำหรับขั้นตอนสู่การเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพ
เราลองมาดูหัวข้อทั้งหมด ที่จะต้องเรียนรู้ในการก้าวสู่อาชีพฟรีแลนซ์มืออาชีพกันก่อนนะครับ ประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้
Module 1 : เริ่มต้นสู่การเป็นฟรีแลนซ์
Module 1 : เริ่มต้นสู่การเป็นฟรีแลนซ์
- อะไรคืองานฟรีแลนซ์
- รู้จักกับงานฟรีแลนซ์
- ทำงานพาร์ทไทม์+ฟรีแลนซ์
- ฟรีแลนซ์เต็มตัว
- ลาออกดีหรือเปล่า
- ประเมินสถานการณ์การเงิน
- เรื่องธุรกิจ บัญชีและกฏหมาย
- อย่าลืมแผนธุรกิจ
- ทำไมต้องสร้างแบรนด์
- งานของเรา แบรนด์ของเรา
- ตั้งชื่อธุรกิจและบริการให้โดนใจ
- โลโก้ นามบัตรและเอกสารแบบมืออาชีพ
- เว็บไซต์ ห้ามมองข้าม
- สร้างชื่อเสียงจากงานที่ทำ
- โฮมออฟฟิศ หรือออฟฟิศดี
- ที่ทำงานต้องมีความสุข
- อุปกรณ์ที่จำเป็น
- ดูแลตัวเองให้ดี
- บริหารเวลา สร้างงานให้ได้ตามเป้า
- โดดเด่นด้วยเนื้องาน
- ฟรีแลนซ์กับความเหงา
- ฟรีแลนซ์กับโลกร้อน
- พอร์ตโฟลิโอ
- หางานแรกให้ได้
- หาลูกค้าจากการบอกต่อ
- พบลูกค้าใหม่
- การคุยงาน
- สรุปเรื่องที่คุย กำหนดขอบข่ายงาน
- ประเมินกรอบเวลา
- โครงการใหญ่ รับมือยังไงดี
Subscribe to:
Posts (Atom)