Showing posts with label เว็บไซต์. Show all posts
Showing posts with label เว็บไซต์. Show all posts

ส่วนสำคัญที่ต้องคำนึง เมื่อสร้างเว็บไซต์

เว็บไซต์ต้องระบุชัดเจนถึงธุรกิจหรือบริการของคุณได้อย่างเหมาะสม ทั้งเรื่องหน้าตา สีสัน ภาษาที่เลือกใช้ เช่น เว็บไซต์ของที่ปรึกษาด้านการจัดงานแต่งงาน ปาร์ตี้ย่อมแตกต่างจากเว็บไซต์ของที่ปรึกษาด้านการบัญชีอย่างแน่นอน

คำนึงถึงลูกค้า ออกแบบเว็บให้ใช้งานง่ายขึ้น
การออกแบบเว็บ ให้คำนึงถึงลูกค้าให้มาก ไม่จำเป็นว่าจะต้องโชว์เทคนิค แฟลชอะไรมากมายจนกระทั้งลูกค้าไม่อยากเสียเวลาโหลด หรือต้องเสียเวลาทำความเข้าใจว่าคุณมีบริการหรือสินค้าอะไรอยากนำเสนอ คาถาสำคัญที่ท่องให้ขึ้นใจก็คือ ออกแบบเว็บไซต์ให้ลูกค้าใช้ ไม่ใช่ออกแบบเพื่อเอามันหรือไว้โชว์พาวเวอร์ตามใจตัวเอง

ภาษาที่ใช้สื่อสารต้องดี
อย่าใช้ภาษาการตลาดมากมายจนเฝือ จนคนอ่านอ่านแล้วไม่เข้าใจหรือเบื่อ ควรเลือกใช้ภาษาที่สื่อสารถึงตัวคุณได้เป็นอย่างดี อ่านแล้วรู้ชัดเจนว่าคุณมีทักษะอะไรหรือให้บริการอะไร ธุรกิจของเขาจะได้รับประโยชน์อย่างไร  จากการใช้บริการของคุณ เช่น หากคุณเป็นนักออกแบบเว็บไซต์ แต่ไม่ใช่โปรกแกรมเมอร์ และคุณกำลังมองหาโปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์ คุณจะมีโจทย์อะไรในใจบ้าง แล้วย้อนมาถามตัวเองว่าในเว็บไซต์ของคุณ คุณควรจะบอกข้อมูลอะไรบ้างให้ชัดเจน

ถ้ามีคำชม อย่าลืมแสดงไว้ด้วย
ถ้าคุณมีลูกค้าที่พึงพอใจบริการหรือสินค้า อย่าพลาดโอกาสที่จะนำเอาข้อความที่แสดงคำชม แสดงความพอใจมาแปะไว้ในเว็บบ้างพอประมาณ แต่ไม่ใช่มากมายโอเว่อร์จนเกินจริง

อย่าลืมช่องทางติดต่อ
หลังจากได้ดูข้อมูลต่าง ๆ ตัวอย่างผลงาน ฯลฯ แล้ว ต้องไม่ลืมช่องทางสำหรับการติดต่อที่สะดวกที่สุดสำหรับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์ เบอร์มือถือ MSN อีเมล์ ฯลฯ หรืออาจเป็นแบบฟอร์มให้ลูกค้าที่สนใจกรอกแล้วกดส่งข้อมูลมาถึงคุณได้ทันทีผ่านเว็บไซต์

สร้างชื่อเสียงจากงานที่ทำ
หากจะบอกว่าการหาโอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจให้ทำงาน เป็นเรื่องยากแล้ว การรักษาโอกาสและต่อยอดโอกาสที่ได้รับมานั้นเป็นเรื่องยากเข้าไปอีก วิธีการที่ดีที่สุดเสมอก็คือ การสร้างผลงานที่ดี ผลิตผลงานที่ยอดเยี่ยมให้ลูกค้าเสมอ ผลงานของเราจะเป็นตัวแทนที่ พูดได้ดังที่สุด เสมอ

ลองคิดถึงผลงานการถ่ายภาพที่แปะชื่อช่างภาพ อำมาตย์ นิมิตรภาค ดูซิครับ ว่าชื่อเสียงและผลงานมีผลต่อการสร้างความน่าเชื่อถือมากมายขนาดไหน

เช่นเดียวกัน หากเราใส่ใจและทุ่มเทกับงานทุกชิ้นที่ผ่านมือ ไม่นานเราก็จะได้รับการยอมรับในฐานะของฟรีแลนซ์มืออาชีพ ในฐานะที่เป็นแถวหน้าของวงการนั้น ๆ ไปในที่สุด

นอกจากนี้ การสร้างชื่อเสียงดวยการทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชารญในสายนั้น ๆ ก็เป็นอีกวิธีการที่ดี เมื่อก่อนการจะมีโอกาสให้เขียนผ่านสื่อต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ยากเอาเรื่อง แต่ปัจจุบันนี้โอกาสเปิดกว้าง ด้วยบล็อก ต่าง ๆ เว็บไซต์คอมมูนิตี้มีมากมาย หรือกระทั้งการเข้าไปเป็นสมาชิกเว็บบอร์ดต่าง ๆ แล้วตอบคำถาม ให้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ หากคุณแจ๋วจริง ไม่นานก็จะได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ สมาชิกในวงกว้างไปเอง

การสร้างชื่อเสียงด้วยการใส่ใจกับผลงานยังมีผลช่วยให้ลูกค้ามั่นใจที่จะแนะนำคุณต่อให้กับบุคคลอื่น ๆ หรือการส่งงานอื่น ๆ ต่อเนื่องให้กับคุณต่อไปอีกด้วย และที่สำคัญการสร้างชื่อเสียงต่อเนื่อง รักษาคุณภาพงานสม่ำเสมอ จะส่งผลต่อค่าตอบแทนที่ขยับสูงขึ้นได้จากเดิมอีกด้วย

บางครั้งเราก็จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือเป็นที่รู้จักในวงการนั้น ๆ เช่น ฟรีแลนซ์ที่ปรึกษาทางกลยุทธ์ ย่อมได้รับความเชื่อถือมากกว่าหากมีการออกข่าว ให้ทัศนะในสื่อที่เกี่ยวข้องบ้างเป็นระยะอย่างนี้เป็นต้น แน่นอนว่าชื่อเสียงเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการสร้างขึ้นมา ต้องทำให้คนอื่นเชื่อมั่นว่าเราแจ๋วจริง เก่งจริงในสายงานนั้น ๆ ที่สุดก็จะเกิดการบอกต่อและแนะนำไปแบบปากต่อปาก แต่ไม่ว่าอย่างไร ต้องท่องไวเสมอว่า ต้องสม่ำเสมอ เมื่อได้โอกาสมาอยู่ในมือแล้วต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด ด้วยการสร้างงานคุณภาพยอดเยี่ยมให้ลูกค้าเสมอ

แม้ว่าการสร้างแบรนด์จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทุ่มเทกับมันให้มากพอ ดอกผลของมันจะงดงามเสมอ คุณจะได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมนั้น ๆ รวมทั้งจากลูกค้า มีโอกาสที่จะได้รับงานดี ๆ และให้ผลตอบแทนงดงาม รวมถึงได้งานต่อเนื่องและได้รับลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามา

เว็บไซต์ ห้ามมองข้าม

สำหรับฟรีแลนซ์ในปัจจุบัน เว็บไซต์ถือเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ตัวเองเพื่อสร้างแบรนด์ได้อย่างดีเยี่ยมและมีต้นทุนต่ำที่สุด เว็บไซต์ไม่เพียงกลายเป็นช่องทางแรกที่จะต้องให้ข้อมูลกับผู้ที่อาจเป็นลูกค้าของเราได้สะดวกที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่สำหรับแสดงตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา ประสบการณ์และเป็นช่องทางบอกรายละเอียดสำหรับติดต่อเราได้เป็นอย่างดีที่สุด รวมทั้งยังมีผลกับการที่ข้อมูลสินค้าและบริการต่าง ๆ ของเราจะไปปรากฏในเว็บพอร์ทัลหรือเสิร์ชเอ็นจิ้นชั้นนำของโลก เช่น กูเกิ้น และเว็บไดเรคทอรี่ต่าง ๆ

เช่นเดียวกับเรื่องของนามบัตร ทางเลือกที่ดีสำหรับการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาอาจเลือกจ้างมืออาชีพทำให้แทนที่จะทำเอง หรือหากบังเอิญคุณมีทักษะในการออกแบบและสร้างเว็บได้พอสมควรก็อาจจัดทำเว็บไซต์เองได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องแน่ใจด้วยว่ามันจะออกมาดูดี และดูแล้วเป็นการออกแบบโดยมืออาชีพ หลายคนมักจะคิดแบบเข้าข้างตัวเองว่า ก็แค่เว็บไซต์ ทำไมต้องให้คนอื่นทำให้ด้วย นั่นคือจุดที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะแม้จะมีเครื่องมือช่วยสร้างเว็บหรือเว็บฟรีต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ยังต้องอาศัยความเข้าใจระดับหนึ่งเพื่อให้มีเว็บไซต์ที่ดูดี สื่อสารได้อย่างที่ควรจะเป็น

ถ้าต้องการมองหาฟรีแลนซ์ดีไซเนอร์ ในเรื่องของเว็บไซต์ การเขียนโปรแกรม ลองมองหาที่เว็บไซต์ http://www.rookienet.com/ โดยคลิกเข้าไปในส่วน freelance center หรือที่ http://www.hardcoregraphic.com/ มีฟรีแลนซ์ด้านนี้ให้บริการมากมายครับ

หรือถ้าต้องการหาเครื่องมือสำเร็จรูปสำหรับทำเว็บง่าย ๆ ลองไปที่เว็บไซต์ http://www.wordpress.com/ ที่มีเว็บบล็อกให้ใช้งานได้ฟรี ๆ รวมทั้งมีเลย์เอาท์ให้เลือกใช้ ถ้าต้องการใช้ชื่อโดเมนของตัวเองสามารถอัพเกรดได้โดยต้องจ่ายเงิน US$ 10...

โลโก้ นามบัตรและเอกสารแบบมืออาชีพ

ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของแบรนด์ใด ๆ ก็ตาม ก็คือ ภาพที่ใช้ปรากฏให้เห็น หรือเรียกว่าโลโก้ นั่นเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่ออกแบบกราฟฟิกเกี่ยวกับแบรนด์ ให้คิดว่าทุก ๆ ส่วนต้องสื่อถึงงานที่เราทำได้ โลโก้ โทนสี ตลอดถึงกราฟฟิกที่เลือกใช้ หลังจากออกแบบได้สำเร็จแล้ว ควรนำไปใช้กับเอกสารต่าง ๆ นามบัตร หัวกระดาษ อีเมล์ เว็บไซต์

คำแนะนำก็คือ หากคุณไม่ใช่นักออกแบบมืออาชีพ ให้ลองมองหาฟรีแลนซ์คนอื่น ๆ ที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่ออกแบบโลโก้และนามบัตร ให้จะดีกว่าพยายามทำเอง ส่วนสนนราคานั้นมีมากมาย ลองหาผู้ให้บริการที่สอดคล้องกับงบประมาณที่คุณจ่ายได้ดูนะครับ...

เลือกโครงสร้างธุรกิจ

อาจเลือกจัดตั้งหรือจดทะเบียนธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น หรืออาจจะหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็ได้ ตรงนี้สุดแท้แต่ความเหมาะสมและความต้องการของตัวคุณเอง โดยทั่วไป จะมีทางเลือกต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

นิติบุคคล (จดทะเบียนจัดตั้งตามกฏหมาย)
-ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
-ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-บริษัทจำกัด
-บริษัทมหาชนจำกัด (อันนี้คงไม่เกี่ยวกับฟรีแลนซ์)

-กิจการร้านค้า
-ห้างหุ้นส่วนสามัญ

ทั้งนี้รายละเอียดปลีกย่อยของโครงสร้างแต่ละประเภทธุรกิจ กฏระเบียบ ข้อบังคับและการเสียภาษีจะมีความแตกต่างกันไป สามารถไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่ http://www.dbd.go.th/
นอกจากส่วนของการจดหรือไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ส่วนสำคัญที่จะตามมาของเรื่องบัญชีและการนำส่งภาษี ที่เป็นเรื่องสำคัญหลังจากจดทะเบียนแล้วจะมีการกำหนดหมายเลขผู้เสียภาษีให้ใช้ระบุในการยื่นภาษีประจำปี ลองปรึกษาเพิ่มเติมเหล่านี้ได้จากบริษัทที่รับดำเนินการด้านบัญชีและการตรวจสอบบัญชี

ในส่วนของระบบเอกสารบัญชีนั้น ช่วงเริ่มต้นมักจะไม่ได้ซับซ้อน ยุ่งยากอะไรนัก หากคุณพอจะมีความเข้าใจในเรื่องนี้บางก็อาจเริ่มต้นด้วยการจัดการทำเอง โดยจดบันทึกรายละเอียดรายรับรายจ่ายต่าง ๆ เองไปก่อน โดยไม่ต้องว่าจ้างพนักงานบัญชีมาเป็นพนักงานในบริษัท แต่จะให้ดีก็หาบริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชีมาวางระบบให้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมี ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งเปิดบริษัทเพื่อรับงานฟรีแลนซ์นอกเวลาทำงานประจำ เธอมีงานค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ เธอไม่เคยยื่นเสียภาษีประจำปีเลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สรรพากรส่งจดหมายเชิญไปพบนั้นหล่ะครับ

เรื่องสำคัญอีกส่วนก็คือ ไม่ว่าจะเลือกใช้โครงสร้างธุรกิจในรูปแบบใดก็ตาม ต้องแยกบัญชีการเงินของธุรกิจให้ขาดออกจากบัญชีการเงินส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการเผลอใช้เงินปะปนกัน ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าดี รวมทั้งยุ่งยากเมื่อถึงเวลาต้องการทำเอกสารด้านภาษี...

ฟรีแลนซ์เต็มตัว

    แม้เราจะไม่แนะนำให้ทุกคนเดินไปยื่นจดหมายลาออกจากงานที่ทำอยู่ เพื่อออกมารับงานฟรีแลนซ์เต็มเวลา แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มุ่งมั่นและเลือกแบบไม่มีแทงกั๊ก สำหรับคนที่ต้องการเดิน
สายฟรีแลนซ์เต็มตัว เราแนะนำว่าควรมีเงินทุนสำหรับการเลี้ยงชีพตามปกติอย่างน้อย ๆ ที่สุดสามเดือนหรือถ้าจะให้ดีก็ต้องหกเดือนขึ้นไป แต่เงื่อนไขแบะรายบะเอียดปลีกย่อยอาจจะแตกกต่าง
กันไปไม่สิ้นสุด หลายคนเลือกเดินเส้นทางฟรีแลนซ์ดั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาว โดยอาจได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากครอบครัว ขณะที่บางคนอาจทำงานประจำมาจนมีความชำนาญ มีฐานลูกค้า
ในมือแล้วจึงออกมาทำงานฟรีแลนซ์เพื่อให้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ฯลฯ

    การเริ่มงานฟรีแลนซ์โดยยังขาดประสบการณ์ต้องบอกว่าเป็นก้าวที่อันตรายอย่างยิ่ง เราจึงเน้นยำว่าควรมีเงินหล่อเลี้ยงให้ได้ตามปกติอย่างน้อยสามหรือหกเดือน หรือมีช่องทางรายได้อื่น ๆ เข้า
มาช่วย ลองมาดูกันว่าการเลือกเดินเส้นทางฟรีแลนซ์เต็มตัวดีหรือไม่อย่างไร

คุณมีเวลาเต็มที่สำหรับงานฟรีแลนซ์
    การทำงานฟรีแลนซ์เต็มเวลา ย่อมหมายถึงการมีเป้าหมายเพียงเป้าเดียวให้เล็ง สมาธิและพลังทั้งหมดจะถูกทุ่มเทให้อย่างไม่มีทางเลือกอื่น ๆ แน่นอนว่าความสม่ำเสมอและการพัฒนาตนเองและ
คุณภาพงานย่อมดีกว่าการเลือกเป็นฟรีแลนซ์แค่วันหยุด หรือต้องการทำงานประจำหรืองานพาร์ทไทม์ไปด้วย

ขยายงาน หาลูกค้าได้เต็มกำลัง
    การมีเวลาเต็มที่สำหรับงานฟรีแลนซ์ ย่อมหมายถึงการมีโอกาสในการแสวงหาและสร้างฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น การทำงานฟรีแลนซ์จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์ประจำวันของคุณไปในที่สุด

มีเวลารับงานได้ตามเวลาปกติของลูกค้า
   เมื่อคุณหันมารับงานฟรีแลนซ์เต็มตัว ลูกค้าจะพึงพอใจมากขึ้นเพราะสามารถติดต่อคุณได้ในช่วงเวลางานปกติ ไม่จำเป็นต้องรอช่วงหลังเลิกงาน เพราะสามารถติดต่อคุณได้ในช่วงเวลาทำงานปกติ
ไม่จำเป็นต้องรอช่วงหลังเลิกงานหรือเฉพาะวันหยุด ซึ่งย่อมหมายถึงการมีเวลายืดหยุ่นสำหรับการทำงานมากขึ้น พร้อมสำหรับการรองรับงานด่วน หรือประชุมงาน คุยงานได้อย่างดี
แล้วข้อด้วยของการทำงานฟรีแลนซ์เต็มตัวล่ะ

อาจจะต้องทำงานคนเดียวหรือไม่มีสังคมในที่ทำงาน
   การทงานลำพังคนเดียวหรือไม่มีสังคมในที่ทำงาน
การทงานลำพังสำหรับบางคนอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่่สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องธรรมดา นอกจากประเด็นความเหงาหรือการขาดสังคมในการทำงานแล้ว ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่การขาดคนควบคุม
และสั่งงานอีกด้วย สำหรับหลาย ๆ คน เมื่อไม่มีกรอบของสำนักงาน ไม่มีหัวหน้าค่อยสั่งงาน ก็อาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เผลอก็เปิดโทรทัศน์ดู ไปหาอะไรกิน งีบหลับ ฯลฯ ถ้าขาดระเบียบเช่นนี้ก็
ยากที่จะประสบความสำเร็จได้กับงานฟรีแลนซ์

มองมุมนี้ จะได้เห็นได้ชัดว่าการจะประสบความสำเร็จกับงานฟรีแลนซ์ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทักษะสำคัญในการควบคุมตัวเองให้ทำงานได้ตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น

ต้องรับความเสี่ยงด้านการเงินเพิ่มขึ้น
สำหรับคนที่มีต้นทุนจากเงินออมอย่างเดียว ต้องเจอแรงกดดันจากการพยายามผลักดันงานให้สำเร็จให้ได้ ก่อนที่เงินเก็บในบัญชีจะหมด ซึ่งมองในแง่หนึ่งมันก็คือแรงผลักดันชั้นยอด ที่จะบีบให้เรา
ขยันและทุ่มเทแบบมีเท่าไหร่ใส่หมด แต่อีกทางหนึ่งก็ย่อมหมายถึงความเครียดไม่น้อยเช่นกัน...

ทำงานพาร์ทไทม์+ฟรีแลนซ์

      การเล่นบทฟรีแลนซ์จะง่ายขึ้น สำหรับคนที่ทำงานแบบพาร์ทไทม์ เช่น งานที่ต้องเข้าไปทำสัปดาห์และ 2-3 วัน ก็จะเหลือเวลาสำหรับการทำงานแบบฟรีแลนซ์ได้เต็มที่ขึ้น ขณะเดี่ยวักนก็สามารถ
มั่นใจได้ส่วนหนึ่งว่ายังคงมีรายได้จากการรับงานพาร์ทไทม์มาเป็นตัวประคับประคองไปด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อดีอื่น ๆ ของการเริ่มงานฟรีแลนซ์ในลักษณะนี้ คือ

มีแหล่งรายได้คงที่ในส่วนหนึ่ง
     การมีงานพาร์ทไทม์เป็นแหล่งรายได้เพื่อก้าวไปสู่การทำงานฟรีแลนซ์แบบเต็มตัวจะช่วยลดความเครียดลงได้ส่วนหนึ่ง และข่วยให้สามารถก้าวไปได้ด้วยความเร็วที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะลำพัง
รายได้จากการทำงานพาร์ทไทม์เองก็ย่อมไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนกันทำงานประจำ แต่ข้อดีก็คือ เราจะได้กระตุ้นตัวเองเสมอว่า เป้าหมายจริง ๆ ของเราคือการเลี้ยงชีพด้วยการก้าวไปเป็นฟรีแลนซ์
มืออาชีพในที่สุด

เตรียมความพร้อมไปในตัว
     สำหรับหลายคนแล้ว การทำงานพาร์ทไทม์เป็นเพราะเราไม่ได้อยากทำงานให้คนอื่น เป้าหมายลึก ๆ จะถูกกระตุ้นเตือนไว้เสมอว่าเป้าหมายจริง ๆ ของเราคืออะไร

มีเวลามากขึ้น
     แน่นอนว่าการทำงานประจำเต็มเวลา ย่อมหมายถึงการมีเวลาเหลือสำรหับทำงานฟรีแลนซ์นน้อยถึงน้อยมาก ซึ่งหมายถึงการมีสมาธิกับงานที่รับมาน้อยลงไปด้วยในตัว และคุณภาพงานรวมทั้งชีวิต
อาจจะไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก แต่สำหรับคนทำงานพาร์ทไทม์จะจัดสรรช่วงเวลาได้ดีขึ้น สำรหับการรับงานฟรีแลนซ์

เมื่อมีลูกค้าประมากพอค่อยบอกลางานพาร์ทไทม์
     หลังจากรับงานฟรีแลนซ์อย่างจริงจัง และใส่ใจในคุณภาพงานไประยะหนึ่ง หากรู้สึกแน่ใจว่างานฟรีแลนซ์ไปฉลุยแน่แล้ว เราก็สามารถบอกลางานพาร์ทไทม์ได้อย่างไม่ต้องลังเล พูดง่าย ๆ ก็คือเสี่ยง
น้อยกว่าการที่จู่ ๆ จะออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวโดยไม่มีแหล่งรายได้อะไรรองรับนั่นเอง

รู้จักกับงานฟรีแลนซ์

       สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาก็คือ สถานภาพการจ้างงานของตัวคุณเอง คุณตั้งเป้าอยากเป็นฟรีแลนซ์แบบฟลูไทม์ หรือเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพเลยใช้หรือเปล่า หรือต้องการแค่รับงานฟรีแลนซ์เป็นงานพิเศษ เพื่อเพิ่มรายได้จากทักษะที่ตัวเองมี แต่ยังคงทำงานประจำกินเงินเดือนไปด้วย
     สำหรับคนที่มั่นใจ แน่ใจว่าผลงานตัวเองมีคนยอมรับและยินดีว่าจ้างแน่ ๆ และพร้อมแล้ว ก็อาจจะมองว่าการเดินทางไปลาออกจากสถานะการทำงานประจำว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น บางคนบอกว่าเหมือนการปลดแอกเป็นการประกาศอิสรภาพ หรือสำหรับบางคนอาจเหมือนการ Unplug ออกจากระบบเลยที่เดี่ยว
     แต่หลายคนไม่ต้องการเสียงด้วยเหตุผลที่ต้องการมีรายได้ประจำอยู่เหมือนเดิม แต่ขอหารายได้เพิ่มในบทบาทฟรีแลนซ์ด้วยการรับงานพิเศษ นอกจากนี้สำหรับหลายคน การทำงานประจำยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการหาลูกค้าเมื่อต้องการออกไปเป็นฟรีแลนซ์เต้ฒตัวอีกต่างหาก ลองมาพิจารณาดูจุดเด่น จุดด้อยของการเป็นฟรีแลนซ์ทั้งสองลักษณะกันดีกว่า

เริ่มต้นสู่เส้นทางฟรีแลนซ์

"สำหรับบางคน การจะเริ่มต้นอาชีพฟรีแลนซ์ อาจเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในชีวิต อาจเป็นเพราะการที่จะหันหลังให้กับวิถีชีวิตแบบเข้างาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น หรืออาจเป็นเพราะการจะได้เป็นนายตัวเอง และแน่นอนว่าเราจะได้กำหนดวิถีชีวิตตัวเองตามต้องการ"

โมดูลสำหรับขั้นตอนสู่การเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพ

เราลองมาดูหัวข้อทั้งหมด ที่จะต้องเรียนรู้ในการก้าวสู่อาชีพฟรีแลนซ์มืออาชีพกันก่อนนะครับ ประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

Module 1 : เริ่มต้นสู่การเป็นฟรีแลนซ์
  • อะไรคืองานฟรีแลนซ์
  • รู้จักกับงานฟรีแลนซ์
  • ทำงานพาร์ทไทม์+ฟรีแลนซ์
  • ฟรีแลนซ์เต็มตัว
  • ลาออกดีหรือเปล่า
  • ประเมินสถานการณ์การเงิน
  • เรื่องธุรกิจ บัญชีและกฏหมาย
  • อย่าลืมแผนธุรกิจ
Module 2 : ฟรีแลนซ์ต้องรู้จักสร้างแบรนด์
  • ทำไมต้องสร้างแบรนด์
  • งานของเรา แบรนด์ของเรา
  • ตั้งชื่อธุรกิจและบริการให้โดนใจ
  • โลโก้ นามบัตรและเอกสารแบบมืออาชีพ
  • เว็บไซต์ ห้ามมองข้าม
  • สร้างชื่อเสียงจากงานที่ทำ
Module 3 : บริหารเวลาทำงานแบบมืออาชีพ
  • โฮมออฟฟิศ หรือออฟฟิศดี
  • ที่ทำงานต้องมีความสุข
  • อุปกรณ์ที่จำเป็น
  • ดูแลตัวเองให้ดี
  • บริหารเวลา สร้างงานให้ได้ตามเป้า
  • โดดเด่นด้วยเนื้องาน
  • ฟรีแลนซ์กับความเหงา
  • ฟรีแลนซ์กับโลกร้อน
Module 4 : จัดพอร์ต หางาน สร้างเงิน
  • พอร์ตโฟลิโอ
  • หางานแรกให้ได้
  • หาลูกค้าจากการบอกต่อ
  • พบลูกค้าใหม่
Module 5 : สารพัดเทคนิคบริหารโครงการ
  • การคุยงาน
  • สรุปเรื่องที่คุย กำหนดขอบข่ายงาน
  • ประเมินกรอบเวลา
  • โครงการใหญ่ รับมือยังไงดี