สารพัดเทคนิคการบริหารโครงการ

การคุยงาน
   แล้วก็ได้เวลาพบปะกับลูกค้า รับฟังข้อมูลของงานที่จะให้ทำ จากลูกค้าเป็นครั้งแรก ฟรีแลนซ์มืออาชีพจำเป็นต้องมีทักษะหลายประการ การรับข้อมูล ความต้องการของลูกค้าถือเป็นงานที่สำคัญที่จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนพอสมควร เพราะในโลกของการทำงานจริง ๆ นั้น เรามีโอกาสได้พบกเจอลูกค้าหลายประเภท ยังไม่นับเนื้อหางานที่แตกต่างกันไปได้อีกมากมาย บางคนอาจสามารถให้ข้อมูลกับเราได้อย่างชัดเจน เคลียร์ชัดทุก ๆ รายละเอียด แต่บางคนอาจมีแค่ความต้องการเบื้องต้นแต่ไม่อาจอธิบายอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนนัก อาจกลายเป็นว่าคุณต้องพยายามใช้เวลาสอบถามและแนะนำว่าจากความต้องการเบื้องต้นของลูกค้า หากจะเปลี่ยนให้เป็นผลสำเร็จ ควรจะทำอะไร อย่างไรบ้างก็เป็นได้

   ฟรีแเลนซ์จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้สามารถรับข้อมูลและความต้องการของลูกค้า มาเปลี่ยนเป็นขอบขายงาน การประเมิณระยะเวลาที่จะใช้ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลไปถึงผลตอบแทนที่เราพึงได้รับ

ต้องตั้งคำถามเป็น
   วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณได้ข้อมูลที่ชัดเจน และครบถ้วนเกี่ยวกับเนื้องานก็คือ การรู้จักตั้งคำถาม
   ฟรีแลนซ์ที่ชั่วโมงบินสูง ๆ จะรู้วิธีการตั้งคำถามแบบไม่ให้ลูกค้าอึดอัด รู้จักจังหวะที่จะยิงคำถาม และที่สำคัญ รู้ว่าต้องถามอะไรบ้าง สำหรับฟรีแลนซ์มือใหม่ คำแนะนำก็คือ เตรียมคำถามที่คิดว่าควรจะถามไปล่วงหน้า อยากรู้ข้อมูลอะไรที่คิดว่าจำเป็น ให้จดหรือพิมพ์ลงกระดาษไปเลย ไม่ใช่ไปนั่งคิด นั่งนึกเอา

พบลูกค้าใหม่

     สำหรับงานส่วนใหญ่ เราใจฐานะฟรีแลนซ์มักจะจำเป็นต้องไปพูดคุยรับฟังขอบเขตงาน ทำความเข้าใจเนื้องาน และทำให้ลูกค้าเชื่อว่าคุณนี่แหละคือ คนที่จะตอบโจทย์ที่เขาต้องการได้ และเขาพึงพอใจที่จะทำงานด้วย
     การพบลูกค้าใหม่ครั้งแรก เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด หลายคนอาจเครียดกับการเตรียมตัว ผมมีคำแนะนำดี ๆ ให้ครับ

เป็นตัวของตัวเอง
    อย่าดูถูกตัวเองหรือคิดว่าเราเป็นแค่ฟรีแลนซ์ตัวเล็ก ๆลูกค้ารู้ดีอยู่แล้วว่าคุณเป็นฟรีแลนซ์ เราไม่จำเป็นต้องใส่สูทอย่างเต็มยศ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สมควรสวมรองเท้าแตะ กางเกงขาสั้นไปพบลูกค้าเหมือนกัน หาจุดที่เป็นตัวเองจริง ๆ ให้พบ ไม่ต้องพยายามให้เข้าใจว่าคุณมีบริษัทใหญ่โต เป็นของตัวเองดีที่สุด พยายามขายงานให้ได้ด้วยเนื้องาน

ตัวอย่างอาชีพนักเขียนอิสระ


      ต้องบอกว่าผมได้อ่านบทความของนักเขียนท่านหนึ่ง ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เห็นว่าน่าสนใจ ทั้งในเรื่องการจัดตาราง มุมมองการทำงาน การคลายเครียดจากงานที่ทำ คิดว่าจะเป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี ก็จึงแปลมาให้ได้อ่านกันครับ ขอบอกว่าแปลจาก google transtate นะครับ อ่านแล้วอาจงงบ้าง อย่าว่ากันนะครับ ลองไปอ่านกัน...
      ในฐานะที่เป็นนักเขียนอิสระให้คุณจัดการกับคนที่แตกต่างกันไปที่หัวข้อที่แตกต่างกันจะเขียนเกี่ยวกับ ในขณะที่คุณกำลังทำงานอะไรก็ตามที่คุณเป็นคุณได้เพลิดเพลินไปกับมัน หลังจากที่ทำงานเป็นอิสระที่เกิดขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปคืออะไร -- คุณเสียดอกเบี้ยในการทำงานปกติหรือโครงการของคุณในวันนี้อิสระ ที่นี่ชี้บางที่หวังจะแนะนำของคุณเกี่ยวกับวิธีการให้ก้าวขึ้นและพลังงานในโครงการของคุณจะมีอิสระ เลือกงานที่คุณทำ
      เป็นพนักงานอิสระหรือใด ๆ ที่คุณต้องเลือกสิ่งที่คุณอาจจะต้องมีสมาธิในและสนุกกับการ หากคุณเลือกที่จะเขียนความคิดของคุณเกี่ยวกับหัวข้อที่น่าสนใจให้กับผู้อ่าน การเขียนของหลักสูตรควรจะมาตามธรรมชาติสำหรับคุณ แต่ freelancers ส่วนใหญ่หวังที่จะให้เงินจำนวนมากทันทีที่พวกเขาเริ่มต้นอาชีพของตน นี้ไม่เสมอกรณีที่เป็นขั้นตอนตามกระบวนการขั้นตอนสำหรับทุกคน นอกจากการเขียนออนไลน์ที่มีสิ่งอื่น ๆ ที่คุณสามารถทำกับแป้นพิมพ์ของคุณมี ถ้า คุณรักที่จะพิมพ์คุณสามารถเลือกที่จะป้อนข้อมูลของคุณลงใน freelancing แต่อัตราการคุณจะได้รับในการแลกเปลี่ยนสำหรับบอร์ดนี้ที่ · มักจะไม่สูง พนักงานพิมพ์ดีดได้อย่างรวดเร็วเป็นบวกใหญ่เนื่องจากคุณสามารถจบด้วยลูกค้าคนหนึ่งและจากนั้นย้ายไปที่หน้าขวาให้มัน

ฟรีแลนซ์หาลูกค้าจากการบอกต่อ


     ที่มาของงานที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับฟรีแลนซ์ก็คือ จากการแนะนำ หรือการบอกต่อของลูกค้าปัจจุบันหรือลูกค้าที่เคยใช้บริการ แต่การจะให้ใครแนะนำต่อให้กับคนอื่น ๆ นั้น แน่นอนว่าเราต้องทำให้เขาเชื่อมั่นและพึงพอใจในการบริการเสียก่อน นั้นจึงเป็นสาเหตุที่เราเน้นย้ำหลายครั้งว่าการทำงานทุกครั้งจะต้องเทใจใส่ไปเต็มร้อยเสมอ
     ถ้าจะมองหาสาเหตุว่าทำไมลูกค้าถึงถึงไม่กล้าแนะนำเราต่อให้กับคนอื่น ๆ อาจเป็นเพราะสาเหตุต่อไปนี้
    - คุณไม่ได้แจ๋วจริงหรือเป็นหัวแถวในงานที่ทำอยู่
    - คุณทำงานแบบสร้างความเชื่อถือให้ลูกค้าไม่ได้ ลูกค้าไม่ประทับใจ
    - ทำงานเอาแน่เอานอนไม่ได้
    - ราคาแพงจนเกินไป
    - ฯลฯ

หางานแรกให้ได้

การหาลูกค้ารายแรก ๆ ให้ได้นั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก โดยในความเป็นจริงฟรีแลนซ์ ส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มต้นโดยมีลูกค้าเดิมติดมือมาด้วยอยู่แล้ว แถมชื่อเสียงของเราเองก็ยังมีไม่มากอีกด้วย

จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก็คือ คนรอบ ๆ ตัวนี่ล่ะครับ ครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่คุ้นเคย หรือกระทั้งเจ้านายเก่าหรืออดีตเพื่อนร่วมงาน คนเหล่านี้รู้ความสามารถของคุณดีอยู่แล้ว และพร้อมจะให้การสนับสนุน ถ้าที่ผ่านมากคุณเป็นเพื่อนที่ดี หรือเป็นลูกน้องที่น่ารัก (แต่คงต้องยกเว็นแฟนเก่าที่เลิกนันแบบไม่ค่อยจะสวยนะครับ)

ถึงแม้คนเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นลูกค้าของคุณโดยตรง ก็สามารถช่วยในการโฆษณา การประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการของคุณออกไปได้ในวงกว้างขึ้น เพราะแต่ละคนย่อมมีวงสังคม มีกลุ่มเพื่อนที่แตกต่างกันไปอยู่แล้วประมาณหนึ่ง

หาลูกค้ารายแรก เรื่องยาก หรือเรื่องง่าย

การหาลูกค้ารายแรก ๆ ให้ได้นั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก โดยในความเป็นจริงฟรีแลนซ์ ส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มต้นโดยมีลูกค้าเดิมติดมือมาด้วยอยู่แล้ว แถมชื่อเสียงของเราเองก็ยังมีไม่มากอีกด้วย

จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก็คือ คนรอบ ๆ ตัวนี่ล่ะครับ ครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่คุ้นเคย หรือกระทั้งเจ้านายเก่าหรืออดีตเพื่อนร่วมงาน คนเหล่านี้รู้ความสามารถของคุณดีอยู่แล้ว และพร้อมจะให้การสนับสนุน ถ้าที่ผ่านมากคุณเป็นเพื่อนที่ดี หรือเป็นลูกน้องที่น่ารัก (แต่คงต้องยกเว็นแฟนเก่าที่เลิกนันแบบไม่ค่อยจะสวยนะครับ)

ถึงแม้คนเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นลูกค้าของคุณโดยตรง ก็สามารถช่วยในการโฆษณา การประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการของคุณออกไปได้ในวงกว้างขึ้น เพราะแต่ละคนย่อมมีวงสังคม มีกลุ่มเพื่อนที่แตกต่างกันไปอยู่แล้วประมาณหนึ่ง

เคล็ดไม่ลับที่ควรทำ

เมื่อมีจุดที่กำลังเริ่มต้นและต้องการหางานชิ้นแรก ๆ ในเส้นทางฟรีแลนซ์
-          อย่าอายที่จะบอกคนรอบข้างว่าคุณกำลังมองหางาน อย่าคิดว่าคนอื่น ๆ จะรับรู้ได้เองว่าคุณกำลังทำอะไร กระทั้งเพื่อนหรือญาติก็อาจจะไม่รู้ว่าคุณกำลังเริ่มต้นงานฟรีแลนซ์ ไม่ว่าคุณสามารถทำงานอะไรได้ หรือกำลังมองหางาน จนกว่าคุณจะบอกให้พวกเขารู้อย่างชัดเจน อธิบายให้เขาเข้าใจถึงงานที่คุณทำ และหากคุณรู้จักใครที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการนี้อยากให้ช่วยแนะนำให้คุณหน่อย  ช่างแอร์คนหนึ่ง เริ่มต้นด้วยการเอานามบัตรมาให้ญาติและขอให้ช่วยแนะนำหากมีใครสนใจใช้บริการติดตั้ง ซ่อม ทำความสะอาดหรือเติมน้ำยาแอร์ ผลที่ได้รับดีกว่าที่เข้าคิดมาก เพราะหลังจากญาติให้เข้ามาล้างแอร์ที่บ้าง ปรากฏว่าแทบทั้งหมู่บ้านใช้บริการของเขาต่อ และการตั้งใจทำงาน ราคาไม่แพง ทำให้เข้าได้งานต่อเนื่องมาตลอด น้องคนหนึ่ง เลือกที่จะเปิดร้านดอกไม้เป็นของตัวเองตามฝัน เธอไม่ลืมที่จะบอกเพื่อน ๆ ที่ทำงานเดิม และเจ้านายว่าเธอลาออกไปทำอะไร จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอได้ลูกค้ากลุ่มใหญ่จากที่ทำงานเดิม ยิ่งเทศกาลต่าง ๆ แทบจะจัดกันไม่ทันเลยทีเดียว ท่องไว้ครับ อย่าลืมบอกคนอื่นว่าคุณทำอะไรอยู่และต้องการให้ช่วยแนะนำลูกค้าให้ อย่าหวังให้คนอื่นรู้หรือคาดเดาเอาเอง

-          อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา  งานที่ผ่านเข้ามาในช่วงแรก ๆ อาจไม้ได้ทำงานให้คุณมากมายนัก เหมือนภาษิตที่บอกว่า ขอทานไม่อาจเลือกผู้บริจาค ดังนั้นไม่ว่าจะมีงานอะไรที่คุณพอจะทำได้ คุณก็ควรรับมาทำ แม้จะไม่ใช่งานใหญ่โตอะไรหรือสำคัญอะไรมากนัก แต่ต้องมองให้ออกว่ามันคือบันไดขั้นเล็ก ๆ ที่จะนำเราก้าวไปสู่งานชิ้นใหญ่ ๆ ต่อไปในภายหน้า ไม่มีใครที่เริ่มต้นที่แถวหน้าเลยทันทีอยู่แล้ว อย่างนักฟุตบอลที่เก่งที่สุด ก็เริ่มต้นจากแถวหลังสุดมาก่อนทั้งนั้น ก่อนจะสร้างผลงานให้ดีเมื่อได้รับโอกาส แล้วจึงมีโอกาสมายืนแถวหน้า

เมื่อมีจุดที่กำลังเริ่มต้นและต้องการหางานชิ้นแรก ๆ ในเส้นทางฟรีแลนซ์

เมื่อมีจุดที่กำลังเริ่มต้นและต้องการหางานชิ้นแรก ๆ ในเส้นทางฟรีแลนซ์

-          อย่าอายที่จะบอกคนรอบข้างว่าคุณกำลังมองหางาน อย่าคิดว่าคนอื่น ๆ จะรับรู้ได้เองว่าคุณกำลังทำอะไร กระทั้งเพื่อนหรือญาติก็อาจจะไม่รู้ว่าคุณกำลังเริ่มต้นงานฟรีแลนซ์ ไม่ว่าคุณสามารถทำงานอะไรได้ หรือกำลังมองหางาน จนกว่าคุณจะบอกให้พวกเขารู้อย่างชัดเจน อธิบายให้เขาเข้าใจถึงงานที่คุณทำ และหากคุณรู้จักใครที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการนี้อยากให้ช่วยแนะนำให้คุณหน่อย  ช่างแอร์คนหนึ่ง เริ่มต้นด้วยการเอานามบัตรมาให้ญาติและขอให้ช่วยแนะนำหากมีใครสนใจใช้บริการติดตั้ง ซ่อม ทำความสะอาดหรือเติมน้ำยาแอร์ ผลที่ได้รับดีกว่าที่เข้าคิดมาก เพราะหลังจากญาติให้เข้ามาล้างแอร์ที่บ้าง ปรากฏว่าแทบทั้งหมู่บ้านใช้บริการของเขาต่อ และการตั้งใจทำงาน ราคาไม่แพง ทำให้เข้าได้งานต่อเนื่องมาตลอด น้องคนหนึ่ง เลือกที่จะเปิดร้านดอกไม้เป็นของตัวเองตามฝัน เธอไม่ลืมที่จะบอกเพื่อน ๆ ที่ทำงานเดิม และเจ้านายว่าเธอลาออกไปทำอะไร จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอได้ลูกค้ากลุ่มใหญ่จากที่ทำงานเดิม ยิ่งเทศกาลต่าง ๆ แทบจะจัดกันไม่ทันเลยทีเดียว ท่องไว้ครับ อย่าลืมบอกคนอื่นว่าคุณทำอะไรอยู่และต้องการให้ช่วยแนะนำลูกค้าให้ อย่าหวังให้คนอื่นรู้หรือคาดเดาเอาเอง

-          อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา  งานที่ผ่านเข้ามาในช่วงแรก ๆ อาจไม้ได้ทำงานให้คุณมากมายนัก เหมือนภาษิตที่บอกว่า ขอทานไม่อาจเลือกผู้บริจาค ดังนั้นไม่ว่าจะมีงานอะไรที่คุณพอจะทำได้ คุณก็ควรรับมาทำ แม้จะไม่ใช่งานใหญ่โตอะไรหรือสำคัญอะไรมากนัก แต่ต้องมองให้ออกว่ามันคือบันไดขั้นเล็ก ๆ ที่จะนำเราก้าวไปสู่งานชิ้นใหญ่ ๆ ต่อไปในภายหน้า ไม่มีใครที่เริ่มต้นที่แถวหน้าเลยทันทีอยู่แล้ว อย่างนักฟุตบอลที่เก่งที่สุด ก็เริ่มต้นจากแถวหลังสุดมาก่อนทั้งนั้น ก่อนจะสร้างผลงานให้ดีเมื่อได้รับโอกาส แล้วจึงมีโอกาสมายืนแถวหน้า

จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก็คือ คนรอบ ๆ ตัวนี่ล่ะครับ

การหาลูกค้ารายแรก ๆ ให้ได้นั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก โดยในความเป็นจริงฟรีแลนซ์ ส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มต้นโดยมีลูกค้าเดิมติดมือมาด้วยอยู่แล้ว แถมชื่อเสียงของเราเองก็ยังมีไม่มากอีกด้วย

จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก็คือ คนรอบ ๆ ตัวนี่ล่ะครับ ครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่คุ้นเคย หรือกระทั้งเจ้านายเก่าหรืออดีตเพื่อนร่วมงาน คนเหล่านี้รู้ความสามารถของคุณดีอยู่แล้ว และพร้อมจะให้การสนับสนุน ถ้าที่ผ่านมากคุณเป็นเพื่อนที่ดี หรือเป็นลูกน้องที่น่ารัก (แต่คงต้องยกเว็นแฟนเก่าที่เลิกนันแบบไม่ค่อยจะสวยนะครับ)

ถึงแม้คนเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นลูกค้าของคุณโดยตรง ก็สามารถช่วยในการโฆษณา การประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการของคุณออกไปได้ในวงกว้างขึ้น เพราะแต่ละคนย่อมมีวงสังคม มีกลุ่มเพื่อนที่แตกต่างกันไปอยู่แล้วประมาณหนึ่ง

ทำอย่างไรเมื่อไม่มีผลงานแสดงให้ลูกค้าดู

สำหรับฟรีแลนซ์มือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นอาจจะยังมีตัวอย่างผลงานไม่มากนัก หรือแทบจะไม่มีเลย นอกจากนี้นายจ้างยังไม่อนุญาตให้เอาผลานที่เคยทำให้ลูกค้าดูในการรับงานฟรีแลนซ์ของตัวคุณเอง หรือปัญหาอีกอย่างคือการเริ่มต้นในสายงานที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก

แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร คำตอบก็คือต้องรับงานครับ เพื่อสร้างผลงานให้มากและมากขึ้น อาจจะต้องทำใจสักนิดว่าค่าตอบแทนที่ได้รับในช่วงแรกอาจจะไม่มากมายอะไร ผมเพิ่งอ่านหนังสือของน้องดีเจคนหนึ่งที่เขียนหนังสือตอนอายุ 24 ปีก็หาเงินล้านบาทแรกได้แล้ว เขาบอกว่าเริ่มต้นจากการรับงานที่ได้เงินบ้าง ไม่ได้เงินบ้าง รับหมด ครั้นต่อมาได้เป็นดีเจ ก็ยังไม่ได้เลิกรับงานจ๊อบ งานอีเวนต์ ค่าตัวจากชั่วโมงละร้อยสองร้อยก็ค่อย ๆ ขยับขึ้นมาเป็นหลายร้อยจนกลายเป็นหลายพันบาท

ฟรีแลนซ์ก็เช่นกัน หากจำเป็น ในช่วงแรกทำไปเถอะครับงานการกุศล งานที่ได้ค่าตอบแทนไม่มากนัก แต่ใส่ฝีมือเข้าไปให้เต็มที่ คิดเสมอว่างานที่ผ่านมือเราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตงานในชีวิตฟรีแลนซ์ของเรา หรือกระทั้งงานของเพื่อน ๆ ของคนในครอบครัว สักระยะจากการไม่มีพอร์ตงานเลย เราก็จะเปลี่ยนเป็นมีพอร์ตงานในระดับหนึ่งและเพิ่มสะสมงานได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

รูปแบบของการนำเสนอพอร์ตงานหลัก ๆ ได้แก่

-          ตัวอย่างและกรณีศึกษา แสดงตัวอย่างผลงานโดยแสดงภาพและคำอธิบายของแต่ละโครงการหรืองานแต่ละชิ้น คุณทำงานนั้น ๆ ให้ใครและลูกค้าได้รับผลอย่างไร พึงพอใจอย่างไรบ้าง ถ้ามีโครงการที่ทำไว้ค่อนข้างมาก อาจเลือกพูดสัก 2-3 โครงการก็พอ ส่วนการแสดงตัวอย่างนั้นหมายถึงอาจนำตัวอย่างผลงานมาให้ดูกันเลย เช่น หนังสือที่แปล ภาพที่ถ่าย ผลงานออกแบบที่ได้ออกแบบ ฯลฯ
-          ลิงค์ต่าง ๆ สำหรับงานบางประเภทที่สามารถแสดงผลงานออนไลน์ได้ เช่น กราฟฟิกดีไซเนอร์ นักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ อาจส่งลิงค์เพื่อทดลองใช้งาน หรือดูผลงานได้ทันที

-          รายชื่อลูกค้า การแสดงรายชื่อลูกค้าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ที่อาจจะเป็นลูกค้าได้ดี เช่น ผู้ให้บริการเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรืออกแบบเว็บไซต์ อาจแสดงตัวอย่างรายชื่อลูกค้าเอาไว้ให้เห็นเลย ยิ่งถ้าลูกค้ารายใหญ่ ๆ หรือเป็นที่รู้จัก โอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายต่อ ๆ ไปก็จะง่ายขึ้นไปอีก

จัดพอร์ต หางาน สร้างเงิน

โจทย์สำคัญที่สุดโจทย์แรกของการเลือกเดินเส้นทางฟรีแลนซ์คือจะหางานแรกได้จากที่ไหน จะเอาผลงานที่ไหนไปแสดงให้ผู้ที่สนใจได้ดู สำหรับผู้ที่จะออกมาเป็นฟรีแลนซ์ อย่างแรกที่ต้องเตรียมและต้องมีก็คือสิ่งที่เรียกว่าพอร์ตโฟลิโอ หรือประวัติผลงานนั่นเอง

พอร์ตโฟลิโอ

ไม่วาจะอย่างไร ลูกค้าก็ต้องการเห็นตัวอย่างผลงานที่ผ่าน ๆ มา ก่อนตัดสินใจว่าจ้างงานให้คุณทำงานอยู่ดี ปัญหานี้จะไม่มีสำหรับฟรีแลนซ์ที่ทำงานมาอย่างยาวนาน สถาปนิกที่รับออกแบบ อาจจะระบุได้เลยว่าโครงการที่คุณเคยทำ เคยออกแบบให้มีที่ไหนบ้าง นักแปลที่มีผลงานมามากแล้วก็เช่นกัน สามารถบอกตัวย่างผลงานที่ผ่านมือไปแล้วได้ทันที เพียงแค่คำพูดและการรับประกันว่าจะทำให้ได้นั้นอาจจะไม่มีน้ำหนักมากพอ

เว็บไซต์เป็นช่องทางสำคัญทีเดียวสำหรับใช้แสดงพอร์ตของฟรีแลนซ์เนื่องจากต้นทุนต่ำ แสดงผลได้ทั่วโลก และเพิ่มโอกาสในการค้นหาเจอโดยเสิร์ชเอนจินชื่อดังมากมาย เราสามารถอัปโหลดผลงานบางส่วนไปไว้บนเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ แบบเต็มที่ ใส่ไปได้แบบไม่ต้องอั้น ขณะที่พอร์ตงานที่จะพิมพ์ออกมา อาจจะเป็นเวอร์ชั่นย่อของฉบับเต็มที่ออนไลน์อยู่ สำหรับคนที่มีความสามารถหลากหลาย ต้องรู้จักพิจารณาและปรับเปลี่ยนรายละเอียดของพอร์ตงานให้เหมาะสมกับงานที่ต้องการเสนอผลงานด้วย ไม่ใช้หลากหลายเสียนจนมองหาจุดเด่นไม่เจอ

ฟรีแลนซ์กับโลกร้อน

ใคร ๆ ก็ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนกันทั้งโลก ฟรีแลนซ์อย่างเราจะมองข้ามและทำตัวเป็นต้นเหตุของโลกร้อนไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว ลองมาดูกันว่าเราจะช่วยลด หรืออย่างน้อยก็ไม่ขอเป็นต้นเหตุของปัญหาโลกร้อนได้อย่างไรบ้าง
- ปิดคอมพิวเตอร์หลักจากเลิกงานใจแต่ละวัน อย่าเปิดเครื่องทิ้งไว้นอนกจากจะเปลืองทรัพยากรโลกแล้ว เราเองก็ยังต้องเสียค่าไฟไปอย่างเปล่าประโยชน์ด้วย
- ใช้กระดาษให้คุ้มค่า หากเครื่องพิมพ์ที่ใช้มีฟังก์ชั่นพิมพ์สองหน้าให้ใช้การพิมพ์สองหน้าเพื่อประหยัดกระดาษ แต่หากไม่มี ก็อย่าลืมใช้งานกระดาษให้คุ้มค่าที่สุด อาจสร้างถามหรือกล่องกระดาษรีไซเคิลที่หยิบใช้งานได้สะดวก
- หลีกเลี่ยงการพิมพ์อีเมล์ออกมาบนกระดาษ ยกเว้นจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
- พยายามใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุด และเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟแบบประหยัดพลังงานในทุกจุดที่ทำได้
- หากทำได้ ให้ใช้การติดต่อทางอีเมล์หรืออินเตอร์เน็ต แทนการส่งแมสเซนเจอร์ นอนกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายและรวดเร็วกว่าแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทาง ถ้ามีไฟล์ขนาดใหญ่ที่แนบอีเมล์ไม่ผ่าน ให้ลองใช้บริการฝากไฟล์บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีมากมาย
- ปลูกต้นไม้ในออฟฟิศบ้าง เพื่อให้สีเขียว ๆ ช่วยให้สบายตา และช่วยฟอกอากาศไปในตัวด้วย

ฟรีแลนซ์กับความเหงา

ปัญหาส่วนหนึ่งของคนเลือกเดินเส้นทางฟรีแลนซ์ก็คือความเหงาการต้องทำงานเพียงคนเดี่ยวอาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน แต่สำหรับบางคนแล้วการไม่มีปัจจัยอื่น ๆ มารบกวนเวลาทำงานและการได้พุ่งสมาธิการทำงานเต็มที่กลับเป็นเรื่องที่ดี

อย่างไรก็ตาม พอผ่านไปสักระยะ คุณอาจคิดถึงเพื่อนร่วมงานที่ชอบมากวนใจตอนทำงานด้วยกันขึ้นมาเสียอย่างนั้น เรามีกลยุทธ์แก้โรคเหงาของฟรีแลนซ์ที่ได้ผลหลายวิธีเลยทีเดี่ยว

โทรติดต่อลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานเดิมบ้าง
การหาโอกาสคุยติดต่อเรื่องงานหรือเจ๊าะแจ๊ะกับลูกค้าบ้าง ถือเป็นเรื่องที่ดีนอกจากเป็นการรักษาความสัมพันธ์แล้วยังช่วยให้คลายเหงาไปด้วยในตัว นอกจากนี้การลาออกจากที่ทำงานเดิม ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถพูดคุยกับเพื่อนเก่า ๆ ได้เสียที่ไหน หาเวลายกหูหรือคุยผ่าน MSN กับเพื่อน ๆ บ้างก็จะแก้เหงาได้อย่างดี

หางานอดิเรกทำเพลิน ๆ
งานอดิเรกที่ทำเพลิน ๆ ช่วยแก้เบื่อให้ฟรีแลนซ์ได้ค่อยข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้างานอดิเรกที่ว่าเปิดโอกาสให้เราได้พบปะคนอื่น ๆ เช่น การออกกำลังกาย เป็นสมาชิกทีมกีฬา หรืออื่น ๆ

เลี้ยงสัตว์
หาสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนคลายเหงา ก็เป็นอีกวิธีที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้เราคลายเครียดได้อีกมาก เช่น สุนัข แมว หรืออื่น ๆ

เปลี่ยนสถานที่ทำงานบ้าง
พกโน็ตบุ๊คส์ออกไปทำงานนอกสถานที่บ้างเพื่อแก้เบื่อ เช่น คุณอาจจะไปนั่งในห้องสมุด ในร้านกาแฟที่บรรยากาศดี ๆ อย่าพลาดโอกาสแบบนี้ที่ทำไม่ได้ในชีวิตการทำงานประจำเป็นอันขาด

แชร์ออฟฟิศกับคนอื่น
อีกกลวิธีที่หลายคนเลือกใช้ คือการแชร์พื้นที่สำนักงานกับคนอื่น ๆ วิธีการนี้จะช่วยให้เราได้พบคนอื่น ๆ บ้าง ขณะเดี่ยวกันก็ลดค่าใช้จ่ายเรื่องสำนักงานลงจากเดิม แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักดี ๆ ว่ามันจะยุ่งยากขึ้นหรือเปล่า

โดดเด่นด้วยเนื้องาน

งานทุกชิ้นที่ผ่านมือคุณ ที่ตั้งเป้าหมายจะเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพต้องไม่มีคำว่าทำผ่าน ๆ ทำแบบลวก ๆ เพราะนอกจากคุณจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายนั้น ๆ แล้ว อย่าหวังว่าจะได้รับการแนะนำต่อไปยังลูกค้ารายอื่น ๆ เพราะมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน

ผมมีโอกาสได้รู้จักกับรุ่นน้องคนหนึ่ง ที่มองเห็นโอกาสทั้งที่ยังทำงานประจำอยู่ ในช่วงเกิดวิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้นมากจนคนหันไปติดแก๊สกันมากมาย เขาเช่าพื้นที่เล็ก ๆ หลังเต็นท์รถ และใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมประกอบกับความสนใจเกี่ยวกับรถยนต์ในตัวเองรับติดตั้งระบบแก๊สตอนนั้นใคร ๆ ก็ฉวยโอกาสขึ้นราคากันทั้งนั้น แต่เขาใช้สองกลยุทธ์คือราคา ไม่แพงกว่าคนอื่น และติดตั้งเสร็จในวันเดี่ยว แถมงานแต่ละคนที่ออกมาสุดยอด ไม่นานก็เกิดการบอกต่อ ประกอบกันการใช้เว็บเป็นช่องทางสร้างแบรนด์ ปัจจุบันน้องคนนั้นลาออกและกลายเป็นเจ้าของกิจการเต็มตัวไปแล้วครับ

ฟรีแลนซ์มืออาชีพต้องไม่ลืมขวนขวยหาความรู้ในสายงานและความรู้อื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยตัวเองเสมอ ตอนที่เราเรียนหนังสือ หรือเรียนมหาวิทยาลัย หรือกระทั้งทำงานในออฟฟิศ มีโอกาสมากทีเดี่ยวที่เราจะได้รับการป้อนหรือได้รับข้อมูลต่าง ๆ จากคนรอบข้าง จากเพื่อน ๆ แต่เมื่อเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่งส่วนมากจะหมายถึงการเริ่มต้นคนเดี่ยว

ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ต้องเดินหน้าหาความรู้เพิ่มเติมให้เป็นนิสัย คนที่คิดว่าตัวเองรู้มาก พอตื่นเช้าขึ้นมาอีกวันก็อาจจะกลายเป็นคนที่รู้น้อยกว่าเด็กรุ่นใหม่ ๆ แล้ว กลยุทธ์ช่วยให้ตัวเองอัพเดทและมีความรู้ทันสมัยอยู่เสมอ ได้แก่

เป็นสมาชิกแมกกาซีนที่ควรอ่าน
แมกกาซีนเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลที่ราคาไม่แพง และมีข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มสำคัญ ๆ ข่าวคราวความเคลื่อนไหวหลัก ๆ ในวงการ ปัจจุบันนี้แมกกาซีนมีให้เลือกเป็นร้อยหัว และมีความเฉพาะเจาะกลุ่มมากขึ้น เช่น การตลาดก็มี Brand Age , Thaicoon , Positioning ,MBA หนังสือท่องเที่ยว หนังสือคอมพิวเตอร์ หนังสือโฆษณา สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงหนังสือพระเครื่องและอื่น ๆ อีกมากมาย ลองมองหาและสมัครสมาชิกไว้บ้างเพื่อไม่ให้ตกกระแส

เมื่อมีงานอีเวนต์ที่เกี่ยวข้อง อย่าพลาดโอกาสไปเปิดหูเปิดตา
แต่ละปีมีการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ มากมาย ลองมองหางานที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่ตัวเองทำอยู่และอย่าพลาดไปเดินเปิดหูเปิดตา ต้องถือว่าเป็นช่องทางที่ต้องไปอัพเดทข้อมูลตัวเองให้ทันกระแสและไม่ตกยุค

หาโอกาสคุยกับคนอื่น ๆ บ้าง
หาโอกาสและช่องทางสนทนากับคนที่รู้จักทั้งในสายงานเดี่ยวกันและคนละสายงานเพื่อหาข้อมูลความเคลื่อนไหวบ้าง ไม่ใช้ทำงานเอง คิดเองอยู่ในกรอบแคบ ๆ หาเพื่อนใหม่ ๆ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพียงเปิดใจและคิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล และแก้เหงาไปในตัว ช่องทางใหม่ ๆ อย่าง MSN หรือโปรแกรมสนทนาอื่น ๆ ช่วยให้การติดต่อสื่อสารกับเพื่อนเก่าที่ทำงานเดิมได้ง่าย จนอาจรู้สึกว่าเหมือนกับทำงานที่เดี่ยวกันด้วยซ้ำไป หรือหาโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มต่าง ๆ บ้างเป็นระยะ

ลองเขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องที่คุณถนัด
ปัจจุบันนี้มีบล็อกมากมายให้ใช้บริการฟรี ๆ เว็บไซต์ดี ๆ เหล่านี้มีสมาชิกเป็นหมื่น ๆ ราย และการทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้มาก และเป็นโอกาสสร้างกลุ่มแฟนที่ชอบงาน หรือการให้คำปรึกษาของคุณได้ ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งข้างหน้าเขาอาจกลายเป็นลูกค้าของคุณก็เป็นได้
เว็บบล็อกดี ๆ ที่น่าเป็นสมาชิก
http://www.exteen.com/
http://www.oknation.net/
http://www.bloggang.com/

แต่มีคำแนะนำสำคัญที่อยากเตือนไว้ก็คือ อย่ามุ่งหวังจะขายของหรือแอดเพื่อนใหม่เพื่อโฆษณาขายของอย่างเดี่ยว โลกไซเบอร์วันนี้เปิดโอกาสให้คุณ Give ก่อนที่จะ Take ครับ ถ้าคุณให้คนอื่นก่อนอย่างเต็มใจ เมื่อมีกลุ่มคนที่เชื่อใจและเมื่อคุณมีบริการหรือสินค้า เขาจะยินดีจ่ายเงินให้คุณอย่างเต็มใจเอง บางคนสมัครบล็อกมาแล้วสแปมคนอื่น แบบนั้นมีแต่จบเห่แน่นอนครับ

ท่องเว็บ หาข้อมูลเกี่ยวกับงานเสมอ
อินเตอร์เน็ตมีความรู้มากมายให้ค้นหาและนำมาปรับใช้ และถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลราคาถูกมากทีเดี่ยว

หาข้อมุลเกี่ยวกับคู่แข่งและความเคลื่อนไหวบ้าง
ถ้าไม่รู้จักติดตามความเคลื่อนไหวของคู่แข่งว่าเขามีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ บ้าง หรือกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ใช้มีการขยับปรับเปลี่ยนไปอย่างไร ไม่นานคุณก็จะถูกคู่แข่งทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น เงยหน้าขึ้นมาทีฝุ่นเต็มปากแน่

อย่าลืมว่าความรู้เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ใครหยุดเรียนรู้ วันหนึ่งก็จะกลายเป็นคนที่ล้าหลังและรู้น้อยกว่าคนอื่น ๆ เช่น อาจารย์ที่สอนหนังสื่อโดยไม่ได้อัพเดทอะไรเลย กี่ปีกี่ชาติก็ใช้สไลด์แผ่นเดิม ๆ ปิ้งกันไป ไม่นานเด็ก ๆ ก็จะรู้สึกว่าเขาเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางอื่น ๆ โดยไม่ต้องง้อครู ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรฝึกนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ติดตัวไว้เสมอ...

บริหารเวลา สร้างงานให้ได้ตามเป้า

        ข้อเท็จจริงของการทำงานแบบฟรีแลนซ์ก็คือ เราต้องควบคุมตัวเอง เป็นนายตัวเอง ไม่มีคนมาคอยจี้งาน ดูแลความคืบหน้า หากเราหย่อนยาน ก็ไม่มีใครมาต่อว่า จะรู้ตัวอีกทีก็คืองานไม่ทันส่ง
หรือต้องมาทำงานแบบปั่น ๆ เผา ๆ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่อาจคาดหวังคุณภาพงานได้อย่างที่ลูกค้าต้องการ ในชีวิตการทำงานแต่ละวันของฟรีแลนซ์ อาจมีเรื่องให้เสียสมาธิได้มากมาย แว้บ ๆ ก็หมดไปอีกวันหนึ่งแล้ว เรามีเทคนิคที่จะช่วยดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นและควบคุมการผลิตงาน
ให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง

ต้องใช้ To-Do List
สิ่งสำคัญสุด ๆ ของการเป็นฟรีแลนซ์มืออาชีพที่คาดหวังว่าจะมีผลงานสม่ำเสมอและเพิ่มระดับรายได้ให้เท่ากับหรือมากกว่าการทำงานประจำ เราต้องรู้จักสร้างทักษะในการบริหารเวลาและจัดการงาน
การใช้รายการต้องทำ เป็นตัวช่วยหนึ่งที่สำคัญและได้ผลดี
เมื่อมีการบันทึกข้อมูล อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เราทราบสถานะและรู้ว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง มีความเร่งด่วน ความสำคัญอย่างไร จะได้รู้ว่าควรทำอะไรก่อนหรือหลัง กลยุทธ์ที่ดีก็คือ แบ่ง
To-Do List ออกเป็นสองประเภท คือ รายการสิ่งที่จะทำในระยะยาว และรายการสิ่งที่จะทำภายในระยะเวลาสั้น ๆ นอกจากสิ่งที่ต้องกำหนดระยะเวลาสำหรับงานแต่ละชิ้นที่เขียนลงใน To-Do List
ให้สมเหตุสมผลด้วย ไม่ใช่สักแต่เขียนไปลอย ๆ หรือเขียนแล้วไม่ปฏิบัติตาม ก็ย่อมไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา

บริหารเวลา บริหารชีวิต
องค์ประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่มีผลต่อประสิทธิผลในการทำงานที่จะได้รับก็คือ การบริหารและจัดสรรเวลา การลงบันทึกเวลาอย่างจริงจังสำหรับ การทำงานมีผลต่อรายได้ ฟรีแลนซ์จำนวนมาก
คิดค่าตอบแทนต่อชั่วโมงและถึงแม้จะไม่ได้คิดค่าตอบแทนต่อชั่วโมงก็ตาม การบันทึกเวลาที่ใช้ไปกับงานต่าง ๆ ในแต่ละวันก็มีความสำคัญมากอยู่ดี เพราะมันจะสะท้อนให้เห็นว่าเราเสียเวลาไปกับเรื่อง
อะไรมากจนเกินไปหรือเปล่า อะไรที่เราใช้เวลาไปได้แบบพอเหมาะพอดี ซึ่งหากไม่ใช้กระดาษก็มีซอฟต์แวร์มากมายสำหรับช่วยในการบริหารจัดการเวลา
รับมือกับปัจจัยรบกวนอนาคต
การที่จู่ ๆ พนักงานบริษัทจะหันมาดูแลชีวิตตัวเอง บริหารเวลาเพื่อตัวเองนั้นก็เทียบได้เหมือนกับการที่เด็กมัธยมที่มีครูคอยดูแล จู่ ๆ ก็ได้รับอิสระมาเมื่อไปเรียนมหาวิทยาลัย ไม่มีใครคอยสนในคุณจะเข้า
เรียนหรือไม่ คุณจะใช้เวลาไปอย่างไร เพราะลงท้ายผลเสียจะเป็นเรี่องของตัวคุณเองเต็ม ๆ
ตอนเป็นพนักงาน ไม่ว่ายังไง คุณอาจจะเสียสมาธิไปกับเรื่องนั้น เรื่องนี้บ้าง พอปลายเดือนก็มีเงินเดือนออกมาให้ แต่เมื่อเป็นฟรีแลนซ์ รับผิดชอบชีวิตตัวเอง ยิ่งเราเสียสมาธิไปนอกเรื่อง นอกลู่
นอกทางมากเท่าไหร่ ปลายเดือนอาจไม่มีงานที่แล้วเสร็จและรายรับอาจจะซ็อตได้ดื้อ ๆ หากคุณไม่ทำงานก็หมายถึงไม่มีรายรับเข้ามาในบัญชี ฟรีแลนซ์มืออาชีพจึงต้องมีวินัยในตัวเองสูงพอควร
ฟรีแลนซ์หลายคนปล่อยตัวตามสบาย ตื่นสาย ๆ ทำงานจนดึก เราแนะนำว่าหากเป็นไปได้ พยายามทำตัวให้เป็นเหมือนกับการทำงานออฟฟิศ คือ ทำงานในชั่วโมงปกติ เพราะทำงานดึก ๆ ไปก็ส่งผลให้
ชีวิตในอีกวันกว่าจะเริ่มงานนั้นสายหรือบ่าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีอะไรเลย
เรื่องการตรงต่อเวลา เป็นหัวใจสำคัญสุด ๆ ของฟรีแลนซ์ ต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจว่างานทุกงานที่รับมาย่อมมีเส้นตายกำหนดให้อยู่แล้ว หากไม่แน่ใจว่าจะทำงานได้ทันกำหนดนั้น ๆ ทางเลือกที่ดีกว่าก็คือ
อย่าไปรับงานนั้นมาแล้วทำไม่ได้ตามคำพูด รับปากลูกค้าไว้อย่างไร ต้องให้เป็นไปตามนั้นเสมอ ไม่มีข้อแก้ตัว ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น...

ดูแลตัวเองให้ดี

     นอกจากทำงานให้ดีที่สุดแล้ว เราต้องไม่ลืมดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีด้วย โรคของคนทำงานปัจจุบันมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วนที่เกิดจากการนั่งทำงานตลอด ไม่ค่อยได้ขยับออกกำลังกาย
โรค RSI หรือความเจ็บป่วยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ในท่าเดิม ๆ การปวดหลังก็เป็นอาการอย่างหนึ่งของความเจ็บป่วยจากการทำงาน การนั่งทำงานด้วยท่าทางไม่ถูกต้อง รวมทั้งความเครียดด้วย

    ฟรีแลนซ์จำนวนมากทำงานโดยมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค RSI เช่น การทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค นั่งทำงานบนเตียง หรือโต๊ะที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังอาจทำงานยาวนานข้ามวัน
ข้ามคืนจนกลายเป็นเรื่องปกติ การทำงานอิสระยังงทำให้ขาดปัจจัยที่จะมาบังคับให้เราลุก ขยับ เดินปรับเปรียนท่าทาง ขณะที่การทำงานประจำมีการประชุม มีคอฟฟี่เบรก การเดินทาง หรืกระทั้ง
การต้องลุกไปถ่ายเอกสาร มาเป็นตัวบังคับให้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย
สำหรับคนที่เป็นฟรีแลนซ์อยู่แล้ว ลองตรวจสอบตัวเองว่ามีอาการปวดล้าตามบริเวณต่าง ๆ จนเรื้อรังหรือไม่ เช่น ข้อมือ หลัง หัวไหล่ บั้นเอว มือหรือข้อนิ้ว หรือมีอาการชาผิดปกติหรือเปล่า ซึ่งอาจ
เกิดจากการไหลเวียนของเลือดลมไม่ปกติ รวมทั้งอาการปวดเมื่อย ล้าของกล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ
วิธีการรับมือและป้องกันกับความเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานได้แก่
จัดท่านั้งให้ถูกต้อง
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เลือกใช้และปรับตำแหน่งเก้าอี้นั่งให้เหมาะสม นั่งให้สะโพกติดด้านในสุดของเก้าอี้ และที่สำคัญซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะทำไม่ถูกต้องก็คือ เท้าทั้งสองขอ้างต้องวางราบไปกับพื้น
ไม่ไขว้ขา ไม่ยกขามาวางบนขาเก้าอี้ หรือปรับเก้าอี้จนขาลอยขึ้นจากพื้น หัวเข่าทั้งสองข้างต้องอยู่ในระนาบเดียวกับสะโพก
หากมีเก้าอี้พนักงานแบบพักแขนให้ปรับได้ ก็สามารถวางแขนทั้งสองข้างได้โดยหัวไหล่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ไม่เครียดเกร็ง หากรู้สึกว่าต้องเกร็งหัวไหล่นั้นเป็นสัญญาณว่าการปรับตำแหน่งไม่
เหมาะสม
สุดท้ายคือ หลัง ต้องนั่งทำงานโดยแผ่นหลังตรง ไม่คดงอ หากไม่ได้อาจต้องหาหมอนมาหนุนหลัง

จัดหาเวลาเบรกงานเป็นระยะ
ฟรีแลนซ์จำนวนมากมีนิสัยเสียอย่างหนึ่ง คือ มักจะเผลอลืม จะโดยจงใจหรือไม่จงใจก็ตามแต่ คือมักจะนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ
ลองนึกสภาพตัวเองทำงานดูก็คงจะพอนึกออก หลายคนมักจะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ครั้งละ หลายชั่วโมง ในท่าเดิม ๆ ปัญหาก็คือ ร่างกายของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้รับการทำงาน
แบบนั้น สามารถเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายและลดความเมื่อยล้าได้โดยทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงให้ลุกจากเก้าอี้ เคลื่อนไหวเปลี่ยนอิริยาบทบ้าง ขยับแข้ง ขยับขาให้เลือดลมสูบฉีดบ้าง และเมื่อผ่านไปสักชั่วโมง
 หาเวลา 5 หรือ 10  นาที เบรก เดินไปเดินมา หรือถือโอกาสเข้าห้องน้ำ ตรงนี้มีเทคนิคคือพยามยามดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ ถ้าเราดื่มน้ำมากพอก็จะได้บังคับตัวเองให้เข้าห้องน้ำไปปัสสาวะได้บ่อย
ขึ้น และส่งผลดีต่อร่างกายไปในตัว อย่าลืมว่าหมอแนะนำให้เราดื่มน้ำวันละแปดแก้วเป็นอย่างน้อยนะครับ สาว ๆ ยิ่งต้องระวัง ยิ่งในรายที่ดื่มน้ำน้อยและชอบนั่งทำงานต่อเนื่องนาน ๆ อั้นปัสสาวะทั้งที่ปวด หลายรายพบว่าตัวเองลงเอยด้วยอาการป่วยเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะหรือทางเดินปัสสาวะอักเสบ
อย่างรุนแรง
พักสายตาโดยเปลี่ยนไปมองอะไรอย่างอื่นที่มีสีเขียว ๆ บ้างเพื่อให้สายตาลดอาการล้าจากการเพ่งมองจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องนานเกินไป หากมีกระจกให้ทอดสายตาไปไกล ๆ สำหรับคนที่มองจอคอมฯ
จนรู้สึกตาพร่านั้น เป็นสัญญาณบอกว่าคุณต้องพักสายตานานขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะครับ

อย่ากินมื้อเที่ยงที่โต๊ะทำงาน
เวลาที่มีงานด่วน งานเร่ง และเร่งมากที่สุดเข้ามา หลายคนยอมทานมื้อเที่ยงที่โต๊ะทำงาน หรือหนักข้อขนาดไม่กินอะไรเลยก็มี นี่เป็นทางเลือกที่ไม่เข้าท่า หากหลีกเลี่ยงได้อย่าทำและพยายาม
ออกไปทานข้าวที่อื่นที่ไม่ใช่โต๊ะทำงานจะดีที่สุด....

อุปกรณ์ที่จำเป็น

อุปกรณ์ที่จำเป็น

อีกส่วนสำคัญของการเริ่มตั้งสำนักงาน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ก็คือการเลือกซื้อหาอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นเอง ตัวอย่างอุปกรณ์ที่อาจต้องมองหาเพื่อเริ่มต้นสร้างสำนักงานได้แก่



คอมพิวเตอร์

จำเป็นสำหรับ ทุกสายงาน

คอมพิวเตอร์กลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในการทำงานในปัจจุบันไปแล้ว คำแนะนำคือพยายามลงทุนกับคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้ มีสมรรถนะเหมาะกับงานที่คุณต้องทำ

เครื่องพิมพ์ขาวดำ
เครื่องพิมพ์ขาวดำ ปัจจุบันมีราคาถูกมาก จนกลายเป็นอุปกรณ์แจกฟรีเมื่อซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแล้วในบางครั้ง มีตัวเลือกทั้งเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ต เครื่องพิมพ์เลเซอร์ แต่เครื่องพิมพ์ด็อทเมทริกซ์นั้นไม่ค่อยได้รับความนิยม

เครื่องพิมพ์สี
เมื่อก่อนเครื่องพิมพ์สีเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมจริง ๆ แต่ปัจจุบันตัวเลือก เครื่องพิมพ์มีให้เลือกหลากหลายช่วง ตามคุณภาพและราคา ต้นทุนสำคัญ อีกส่วนของเครื่องพิมพ์สีก็คือ ต้นทุนเรื่องหมึกพิมพ์ หรือโทนเนอร์ เครื่องพิมพ์สีอาจแยกออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ ก็คือ เครื่องพิมพ์ที่เป็นอิงค์เจ็ต กับเครื่องพิมพ์สี ที่เป็นเลเซอร์ เครื่องพิมพ์ที่ใช้กันส่วนมากจะเป็นอิงค์เจ็ตแบบเติมหมึก ซึ่งปัจจุบันมีตลับทดแทน หรือไม่ก็ติดแทงค์เข้ามาก็ช่วยประหยัดได้พอสมควร ส่วนเครื่องพิมพ์เลเซอร์สี ราคาเครื่องนั้นลดลงมามากพอสมควรแล้ว แต่หมึกพิมพ์ยังมีราคาสูงมากและไม่จำเป็นสำหรับการพิมพ์งานทั่วไป

เครื่องโทรสารหรือเครื่องแฟกซ์
ยังคงมีอีกทางเลือกสำหรับการรับและส่งข้อมูลที่ยังใช้งานกันค่อนข้างมาก แม้ว่าจะมีช่องทางอื่นทดแทนขึ้นมาจากเดิมก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต อีเมล์ ฯลฯ หรือกรณีที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ตลอดหรือตั้งเซิร์ฟเวอร์ อาจลองพิจารณาระบบซอฟต์แวร์ ที่ทำหน้าที่เสมือนแฟกซ์มาใช้งานแทนก็ได้

สแกนเนอร์
มีประโยชน์สำหรับงานออกแบบมากทีเดียว และมีประโยชน์ในการนำข้อมูลเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันราคาเครื่องสแกนเนอร์ถูกลงมาก และทำงานได้รวดเร็วขึ้น ความละเอียดที่แตกต่างกัน จะเป็นตัวกำหนดราคาของเครื่องสแกน

อุปกรณ์สำรองข้อมูล
การสำรองข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญของฟรีแลนซ์ หลายครั้งหลายคนที่เรามักจะได้ยินเรื่องราวจากปากคนอื่น ๆ ว่าคอมพิวเตอร์พัง ฮาร์ดดิสก์เสีย ข้อมูลสูญหายไปหมด งานที่กำลังจะต้องส่งหายไป ไม่มีงานส่งลูกค้า ฯลฯ ปัญหาเช่นนี้ต้องไม่เกิดขึ้นกับคนที่จะเรียกตัวเองว่าฟรีแลนซ์มืออาชีพ

อุปกรณ์สำรองข้อมูลปัจจุบันมีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย แตกต่างกันไปตามความต้องการในเรื่องขนาดและความจุ รวมถึงการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ หรือต้องจัดการเอง เช่น นักเขียน อาจเลือกใช้เพียงทัมป์ไดรฟ์ ที่มีความจุมากมาย หรือฮาร์ดดิสแบบพกพา เพื่อสำรองข้อมูลจากเครื่องพีซี หรือโน๊ตบุ๊คส์ ขณะที่ฟรีแลนซ์ด้านบัญชีอาจต้องการความจุที่เพิ่มขึ้น กับความน่าเชื่อถือที่มากขึ้น รวมทั้งการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ เพราะคงไม่สนุกแน่ ๆ หากข้อมูลบัญชีตลอดทั้งปีของลูกค้าหลายรายที่เก็บไว้ในเครื่องต้องหายไปจากโลก โดยที่คุณต้องเป็นคนอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ

ข่าวดีก็คือ อุปกรณ์สำรองข้อมูลแทบทุกประการมีความจุต่อหน่อยต่อราคาที่ต้องจ่ายลดลงจากเดิมมาก รวมถึงอุปกรณ์สำรองข้อมูลอัตโนมัติที่พร้อมใช้งานในระบบเครือข่ายได้ทันที คำแนะนำคือ ให้ลงทุนกับอุปกรณ์เหล่านี้เสมอ อย่ารอมาบ่นเสียดาย เสียใจ ไม่น่าพลาดที่ไม่ได้ลงทุน และไม่รู้จะหาอะไรมาอธิบายกับลูกค้าให้ยอมรับและเข้าใจได้

อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก
อุปกรณ์ไฟฟ้า มักจะอ่อนไหวกับกระแสไฟฟ้าที่ไม่สม่ำเสมอ หรือเกิดการกระชากอย่างรุนแรง เช่นกรณีเกิดไฟซ็อต เกิดฟ้าผ่าอย่างรุนแรง ฯลฯ หากไม่มีอุปกรณ์ปรับแรงดันไฟฟ้าหรือวงจรป้องกันกระแสไฟเกิน เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ของสำนักงานอาจเสียหายได้แบบไม่กลับ ลองมองหาอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ากระชากมาใช้ ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดครับ...

ที่ทำงานต้องมีความสุข

สถานที่ทำงาน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เราจะใช้เวลากับมันมากถึงมากที่สุด จึงควรให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่ตรงนี้ให้ดี และมีบรรยากาศ เหมาะกับการสร้างสรรค์งานคุณภาพ จะว่าไปก็ควรให้ดีทั้งกับการผลิตงานและดีต่อสุขภาพด้วย ส่วนต่าง ๆ ที่ควรนำมาพิจารณาได้แก่

จัดตำแหน่งโต๊ะทำงานให้ดี
ควรหันหน้าโต๊ะทำงานออกไปหาประตู จะให้ความรู้สึกต้อนรับผู้มาเยือนได้ดีกว่าการหันข้างอีกด้วย ห้องทำงานควรมีแสงสว่างภายนอกส่องเข้ามาได้ หากพึ่งแต่แสงจากหลอดนีออน อย่างเดี่ยวจะทำให้สายตาล้าได้ และเกิดความเครียดสะสมมาก โดยเฉพาะกับงานที่ต้องใช้สายตามาก ๆ เช่น งานศิลปะ การออกแบบ กราฟฟิกดีไซน์ หรืองานที่ต้องจ้องหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ เช่น งานแปลเอกสาร หรือการออกแบบเว็บไซต์

แป้นพิมพ์และเมาส์
ควรลงทุนกับแป้นพิมพ์และเมาส์ โต๊ะที่ใช้วางคอมพิวเตอร์ควรจะถูกหลักสรีระศาสตร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมือและแขนได้รับบาดเจ็บ เพราะข้อเท็จจริงก็คือ มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์มากมายที่ประสบปัญหาเจ็บป่วยจากอาการปวดข้อมือ ปวดหลังที่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ในท่าเดิม ๆ มากจนเกินไป หากป้องกันได้ย่อมดีกว่าการตามรักษา

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับควรทำอื่น ๆ สำหรับที่ทำงานอีกด้วย เช่น

ควรล็อกห้องทำงานไว้เสมอ
ข้อเสนอนี้ควรทำตามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าคุณทำงานที่บ้าน มีเด็ก ๆ หรือสัตว์เลี้ยง เพราะมีโอกาสมากทีเดียวที่งานซึ่งใกล้จะเสร็จหายไปต่อหน้าต่อตา หมาน้อยของคุณอาจจะขย้ำงานที่เพิ่งทำเสร็จ ลูกอาจจะเดินไปรีเซ็ต เครื่องคอมพิวเตอร์หรือทำน้ำหกรดคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ป้องกันได้ครับ ด้วยการล็อกห้องทำงานไว้เสมอ เมื่อคุณไม่อยู่ในห้อง

ห้องทำงานต้องมีแสงเพียงพอ
ถ้าห้องทำงานมีขนาดเล็ก หรือมีหน้าต่างไม่มากนัก ลองหากกระจกมาแขวนใกล้ ๆ กับหน้าต่าง เพื่อเพิ่มแสง และยังช่วยให้ห้องดูโปร่ง กว้างขึ้นกว่าความเป็นจริงได้อีกด้วย

จัดห้องทำงาน อย่าให้รกรุงรัง
อย่างที่บอกว่า ห้องทำงาน ที่ทำงาน คือสถานที่ที่เราจะใช้เวลาอยู่กับมันมากที่สุด ดังนั้นเราควรใช้เวลาส่วนหนึ่งจัดระเบียบให้กับข้าวของ เอกสาร กระดาษรีไซเคิล เช่นเดียวกัน ถ้ามีอุปกรณ์อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน พยายามนำมันออกไปจากห้องเสีย เพื่อให้ห้องทำงานบรรยากาศดี และน่าทำงาน

หาบอร์ดติดเอกสาร หรือไวท์บอร์ดมาใช้
ลองมองหาคอร์กบอร์ดสำหรับติดบันทึกย่อ ติดเอกสาร หรือไวท์บอร์ดมาใช้ประโยชน์ในห้องทำงาน นอกจากจะช่วยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้ลุกจากเก้าอี้ไปจัดการเขียนบันทึก จัดการเขียนหรือลบข้อมูลเป็นระยะได้ในตัว...

เคล็ดลับเลือกสำนักงาน

ทำรังแต่พอตัว
เริ่มจากเล็ก ๆ พอเหมาะ พอดีกับความจำเป็นก็พอ หมดสมัยของการคิดว่าสำนักงานเป็นหน้าเป็นตาแล้ว ยกเว้นคุณเป็นสถาปนิก หรือดีไซเนอร์ชื่อดัง ไม่มีปัญหาเรื่องทุนทรัพย์ อาจตกแต่งสำนักงาน
ให้หรู ฮิป เก๋ มีสไตส์ได้เต็มที่ เพราะนั้นเป็นเหมือนส่นหนึ่งของการโฆษณาให้ลูกค้าเห้นคำแนะนำสำหรับฟรีแลนซ์ทั่วไปก็คือ เริ่มต้นอย่างชาญฉลาดด้วยการประหยัด

เลือกสถานที่ให้ดี ไม่ทึบเกินไป
อย่าเลือกทีทำงานเป็นห้องปิด ไม่มีกระจก หรือไม่มีแสงสว่างส่องเข้ามาถึง เรียกว่า อาศัยแต่ไฟนีออนกับเปิดแอร์อย่างเดียว ทำงานไปไม่นานก็จะเหี่ยวเฉา คนทำงานก็จะหดหู่ ไม่มีพลังในการทำงาน

ไม่จำเป็นต้องเลือกใจกลางเมือง
ควรจะเลือกสถานที่เดินทางไปกลับได้สะดวก หากจะเลือกเช่าพื้นที่สำนักงานอาจไม่จำเป็นต้องมองพื้นที่กลางใจเมือง นอกจากค่าใช้จ่ายสูงแล้วยังอาจมีปัญหาเรื่องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง